เว็บบอร์ดปรึกษา
 
ปรึกษาอาจารย์
ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศนิวซีแลนด์
ประเทศอังกฤษ
ประเทศแคนาดา
ประเทศอเมริกา
ปัญหาเรื่องวีซ่า
F.A.Q.


FAQ for US Prospective student



การศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกาดีอย่างไรเมื่อเทียบกับการศึกษาประเทศอื่นๆ
การศึกษาต่อต่างประเทศนั้น ในแต่ละประเทศก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนบุคคล ซึ่งสหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่ง
ประเทศที่เด็กไทยให้ความสนใจเลือกที่นี่เป็นประเทศเป้าหมายในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งเหตุผลเหล่านั้นก็แตกต่างกันไป อาทิเช่น
บางคนชอบที่สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เลือกเพราะมีมหาวิทยาลัย หลักสูตรที่หลากหลาย และรวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่มีหลายระดับ
เหมาะสมกับงบประมาณในกระเป๋า

จำเป็นต้องมีประสบการณทำงานหรือไม่
หลายต่อหลายคนคงเคยผ่านช่วงที่ต้องตัดสินใจว่า ควรจะเรียนต่อเลยดีหรือว่าต้องทำงานหาประสบการณ์ก่อนดี ซึ่งทั้งสองทางเลือกนั้น
ต่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ซึ่งข้อดีของการเรียนต่อในทันทีคือ คุณจะมีโอกาสจบในระดับปริญญาโทเร็วขึ้น แต่นั้นก็หมายถึงว่า
โอกาสที่คุณจะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ในต่างประเทศก็ลดน้อยลงด้วย เนื่องจากมหาวิทยาลัยดีๆนั้น ส่วนใหญ่ต้องการผู้ที่มีประสบการณ์
ทำงานมาก่อน อีกทั้งประสบการณ์ทำงานจะช่วยทำให้มีองค์ความรู้ที่จะนำไปใช้ในการเรียนต่อด้วย คือ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด
เห็น และเสนอแนะสิ่งใหม่ๆได้มากขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือ การได้มีประสบการณ์การทำงานจะทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วเราต้องการ
อะไร เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เราก็จะสามารถเลือกสาขาวิชาในระดับต่อๆไปได้อย่างมีประสิทธภาพและคุ้มค่าที่สุด (เฉพาะสาขา MBA
และ Engineering Management ที่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำงาน)

การเรียนภาษามีความจำเป็นหรือไม่
การเรียนภาษาก่อนนั้นเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพราะการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้นต้อง
อาศัยทักษะทางภาษาอังกฤษทั้งหมด ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน ดังนั้นการเรียนภาษาก่อนจึงเป็นการปรับตัวก่อนเข้าเรียนจริง เพื่อรับมือ
กับเนื้อหา หลักสูตรที่ยากขึ้นนั่นเอง สำหรับคนที่ไม่มีคะแนนสอบ TOEFL จึงจำเป็นที่จะต้องลงเรียนภาษาที่เป็น Intensive English
Program ของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด ก่อนเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทางด้านวิชาการ

สถาบันนั้นสำคัญไฉน
หลายต่อหลายคนมีเลือกสถาบันเพียงเพราะต้องการที่จะเรียนจบให้เร็วที่สุด ที่ไม่สนใจว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยอะไร มีชื่อเสียงหรือไม่
โดยทำให้ลืมนึกไปว่าคนที่เรียนจบจากต่างประเทศนั้นก็คือคู่แข่งที่สำคัญของคณในการที่จะกลับมาสมัครงานในอนาคต ดังนั้นการจบ
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีชื่อในสาขานั้นๆ ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะการจบจากมหาวิทยาลัยที่ดีนั้นย่อมแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ และ
ประสิทธิภาพของตัวบุคคลนั้นด้วย อย่าลืมว่าทุกวันนี้หน่วยงานและองค์กรต่างๆให้ความสำคัญอย่างมากกับสถาบันที่คุณจบการศึกษามา

การสอบ TOEFL จำเป็นไหมก่อนที่จะไปเรียนต่อ
สำหรับการสมัครเรียนในระดับปริญญาโทนั้นคะปนTOEFL ขั้นต่ำอยู่ที่ 550 หรือ 213 CBT แต่บางมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากๆนั้น
ต้องการคะแนนขั้นต่ำถึง 600 หรือ 250 CBT ซึ่งจะสังเกตได้ว่าการเรียนภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศูนย์ภาษา
ของทางมหาวิทยาลัยนั้น จะไม่ได้เน้นการสอนเพื่อสอบ TOEFL เพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นกรนำไปใช้จริงในห้องเรียนมากกว่า ก็อาจจะเป็น
การจำลองบรรยากาศที่จะต้องเจอในห้องเรียนๆ ไม่ใช้การสอนที่เน้นให้ได้คะแนนสูงๆแต่ไม่สามารถนำไปใช้จริง บางครั้งถึงแม้ว่ามีคะแนน
TOEFL ถึงตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด แต่การเรียนภาษาก่อนก็ยังคงมีความจำเป็น เพราะหลายคนที่สอบได้คะแนนดีจริง แต่ไม่
สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้จริงในห้องเรียนและประสบปัญหาอย่างมากในการเรียน นอกจากนี้การเรียนภาษาของศูนย์ภาษาเมื่อจบระดับ
สูงสุดแล้วจะสามารสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นได้โดยไม่ต้องสอบ TOEFL

เกรดเฉลี่ยในการเรียนต่อ
การเรียนต่อต่างประเทศโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงนั้น ควรต้องมีการวางแผนและกลยุทธ์ที่ดีด้วย ก่อนอื่นต้องทราบรายละเอียด
การรับสมัคร สาขาวิชาที่เราสนใจ เพราะการสมัครเรียนต่อนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง ไม่ใช่แต่เฉพาะเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว
บางครั้งระดับคะแนนไม่ดี ประสบการณ์การทำงานก็สามารถนำมาทดแทนระดับคะแนนได้ ความรู้ความสามรถในการใช้ภาษาอังกฤษก็
สำคัญไม่แพ้กัน

I-20 และ SEVIS FEE คืออะไร
แบบฟอร์ม I-20 เป็นเอกสารการตอบรับเข้าศึกษาที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้ออกให้ ซึ่งรายละเอียดก็จะประกอบด้วย ชื่อสถาบัน
ชื่อหลักสูตร ระยะเวลาของหลักสูตร วันเริ่มเรียนจนกระทั่งจบ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจึงเป็นเอกสารที่สำคัญที่ต้องใช้ประกอบการยื่นวีซ่า
นักเรียนด้วย SEVIS ย่อมาจาก Student and Exchange Visitor Program หรือ โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนและบุคลากร
SEVIS Fee คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากนักเรียนต่างชาติ ผู้ยื่นคำขอวีซ่า
ประเภท F, M, หรือ J หลังวันที่ 1 กันยายน 2547 เป็นต้นไป (ในทางปฏิบัติ หมายถึง I-20 หรือ DS-2019 ที่ออกหลัง 1 ก.ย.47)
จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ (เพิ่มต่างหากจากค่าธรรมเนียมคำขอวีซ่า) ในอัตรา 100 USD

การทำงานของนักศึกษาต่างชาดิ ในขณะที่ถือวีซ่า F-1
นักศึกษาที่เดินทางเข้ามาศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำงานนอกมหาวิทยาลัยที่ตนลงสมัครเรียนไว้ ซึ่งตาม
กฎหมายแล้ว นักศึกษาจะสามารถทำงานได้จะต้องรักษาสถานภาพของการเป็นนักศึกษามาแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา และจะ
สามารถทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงปิดภาคการศึกษา และต้องเป็นงานในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เช่น งานในห้องสมุด
ส่วนการทำงานนอกมหาวิทยาลัยนั้น จะต้องได้รับการอนุมัติจาก International Student office ของทางมหาวิทยาลัยเสียก่อน


   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)