บทสัมภาษณ์


บทสัมภาษณ์ พี่ติ๋ว จากเมืองจีน


“ ประสบการณ์ฮา ๆ กับ การเรียนภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) เริ่มจากศูนย์ ของพี่ติ๋ว ที่ GUT- Guilin University of Technology ”

ทำไมถึงอยากเรียนภาษาจีนกลาง
พี่ติ๋วคิดว่า ภาษาจีนกลางกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้น หากพี่พูดได้อีกซักหนึ่งภาษา ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับหน้าที่การงานใน
อนาคตค่ะ แล้วตอนนี้เรื่องของการทำธุรกิจ การลงทุน ประเทศจีนก็เป็นประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ ดังนั้น การทำธุรกิจค้าขายกับคนจีน
การพูดภาษาจีนกลางได้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เปรียบ เพราะคนจีนไม่พูดภาษาอังกฤษค่ะ

ก่อนหน้านี้เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนหรือเปล่า
พี่ขอสารภาพเลย พี่พูดไม่ได้ซักคำ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะเรียนภาษาจีนกลางเลย แต่ก่อนมาก็มีน้อง ๆ ที่ทำงานก็สอน
ประโยคที่ใช้ทักทายประโยคหนึ่ง คือ หนีห่าว แปลว่า สวัสดี ฮ่าๆ นับว่า เป็นประโยชน์มากทีเดียวค่ะ เพราะต้องใช้พูดทุกวัน



ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ เมืองกุ้ยหลิน
พี่ติ๋วเลือกมาเรียนที่นี่ก็เพราะ ไม่ไกลจากเมืองไทย ไม่ต้องต่อเครื่อง บินตรงจากกรุงเทพฯ มาถึงกุ้ยหลินเลย ใช้เวลาบินแค่
2 ชั่วโมงครึ่ง แถมค่าตั๋วก็ราคาประหยัดมาก ๆ ค่ะ จริงๆ แล้ว มีเมืองที่น่าสนใจหลายเมืองทีเดียวนะคะ เพราะประเทศจีนเป็นประเทศที่
ใหญ่โตมาก เมืองที่คนไทยนิยมไปเรียนกันก็อย่างเช่น ปักกิ่ง คุณหมิง เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเมืองเหล่านี้เป็นเมืองใหญ่ ค่าครองชีพก็จะค่อนข้าง
สูงกว่า กุ้ยหลิน แล้วก็นักเรียนไทยเยอะกว่ามาก ๆ ด้วย นอกจากนี้ อากาศที่กุ้ยหลินก็ดีตลอดปี ฤดูหนาวก็ไม่หนาวถึงขั้นติดลบ ฤดูร้อน
ก็ไม่ร้อนจัดค่ะ เหมาะมากกับการเรียน ที่สำคัญค่าครองชีพที่นี่ถูกจริงๆ ถูกกว่า พี่อยู่เมืองไทยอีกค่ะ

เมื่อมาถึงเมืองกุ้ยหลิน รู้สึกอย่างไร เป็นเหมือนที่คิดไว้หรือเปล่า
กุ้ยหลินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งของประเทศจีน สำหรับพี่ เมืองนี้เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ๆ ทีเดียว มากกว่าที่คิดไว้นะคะ
ชีวิตที่นี่เรียบง่าย สบาย ๆ อากาศก็ดี มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวๆ ของต้นไม้ และ ภูเขา พี่ว่า เป็นเมืองที่เหมาะแก่การมาพักผ่อน และ
การเรียนภาษามาก ๆ ค่ะ ส่วนในตัวเมืองก็น่าสนใจดีค่ะ มีร้านขายของเยอะแยะเลย แล้วที่พี่ชอบเป็นพิเศษก็จะเป็นย่านช้อปปิ้ง พี่จะชอบ
ที่ช้อปปิ้งที่นึงมาก ซึ่งคนที่นี่เค้าเรียกว่า ฮ่องกงน้อยค่ะ ของถูกมาก ๆ คล้าย ๆ แบบประตูน้ำบ้านเราค่ะ พี่ก็ช้อปกระจาย นี่หวั่นใจเรื่อง
น่ำหนักกระเป๋าขากลับ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ก็มีหลายที่นะคะ อย่างเช่น แม่น้ำหลีเจียง ตู้ซิวเฟิง ฝูโปซาน เซียงปี่ซาน ชิซิงกง
หยวน หลูตี๋เหยียน

การเรียนการสอนภาษาจีนในชั้นเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
เค้าก็จะมีการทดสอบวัดระดับก่อน จากนั้น ก็จะจัดนักเรียนเข้าเรียนในชั้นให้เหมาะสมกับพื้นฐานของภาษา...สำหรับพี่ติ๋ว ไม่ต้อง
ทดสอบค่ะ เพราะเริ่มจากศูนย์จริงๆ...ก็สนุกสนานดีนะคะ แบบวันแรกที่เข้าไปในชั้นเรียน แบบงงไปเลยค่ะ ฟังไม่ออกเลยค่ะ นั่งมึนไป
ทั้งวัน ฟังออกคำเดียวตอนอาจารย์ทักทายว่า หนีห่าว…ฮ่า ๆๆ ก็บอกแล้วว่าพูดได้คำเดียว...ในชั้นเรียนของพี่ติ๋ว เป็น ระดับ Elementary
หมายถึง ระดับที่หนึ่ง คือ ทั้งชั้นอ่ะ พูดภาษาจีนกลางได้แบบงู ๆปลา ๆ หรือ แบบพูดไม่ได้เลย แต่เพื่อน ๆ ในชั้นเรียนจะพูดเก่งกว่า พี่ติ๋ว
เพราะ เค้ามาเรียนก่อนพี่ติ๋วประมาณเดือนครึ่ง อาจารย์ หรือ เรียกว่า เหล่าซือ ใจดีมาก ๆ ค่ะ สอนไปยิ้มไป อารมณ์ดีจริง ๆ พี่มีคำถาม
มากมาย สงสัยอะไรก็ถามไม่ได้ เพราะอาจารย์เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ สรุปว่า แรก ๆ ก็มึนไปเลยค่ะ แต่ก็สนุกดี แบบขำ ๆ กันไป
รู้สึกคล้าย ๆ ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพื่อนในชั้นเรียนมีทั้งหมด 6-7 คน นับว่า เป็นชั้นเรียนที่เล็กจริง ๆ มีพี่ติ๋วเป็นคนไทย คนเดียว นอกนั้น
เป็นเด็กเวียดนาม แต่ก็มาจากเมืองที่ต่างกัน



เพื่อนนักเรียนในชั้นมาจากประเทศไหนกันบ้าง
ตอนนี้ พี่ติ๋วก็มีเพื่อนหลายเชื้อชาติ อย่างเช่น ชาวโปแลนด์ ชาวอเมริกัน ชาวเวียดนาม แล้วก็ชาวจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้จำนวนหนึ่ง
อย่างเพื่อนสองสาวโปแลนด์ เค้าเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่นี่ แล้วก็เรียนภาษาจีนไปด้วย แต่เค้าพูดภาษาจีนเก่งมาก เพราะเค้าเรียน
ที่ โปแลนด์มาก่อนสองปี ส่วนเพื่อนชาวอเมริกันสองคนก็เป็นอาจารย์เหมือนกันค่ะ เค้าสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่มหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่งใน
เมืองกุ้ยหลิน เค้าพูดภาษาจีนได้นิดหน่อยค่ะ (มีคนหนึ่งหล่อมาก หน้าตาประมาณอนันดา ซึ่งทำให้พี่ติ๋วหนักใจมากในความหล่อ ถึงขั้น
อยากย้ายมหาวิทยาลัยไปเรียนที่เดียวกับเค้าเลยทีเดียว ฮ่า ๆๆ) ส่วนเพื่อน ๆ ที่เป็นเด็กเวียดนาม เค้ามาเรียนภาษาจีน เพราะต้องการจะ
เรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยนี้ค่ะ มีเด็กผู้หญิงคนเดียว นอกนั้นเด็กผู้ชายหมด อ้อ ตอนนี้ มีนักศึกษาไทยหนึ่งคนเรียน
หลักสูตรปริญญาตรีที่นี่ค่ะ

รู้สึกอย่างไร กับ GUT (Guilin University of Technology)
GUT จะมีชื่อเสียงมาก ๆ ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ ทางด้านเทคโนโลยีค่ะ ส่วนสาขาอื่น ๆ ที่เปิดสอนก็มีมากมาย ซึ่งก็ได้
มาตรฐานทุกสาขา...สำหรับเรื่องสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย ก็น่าอยู่ น่าเรียนดีค่ะ แต่ตึกเรียนอาจจะเก่านิดนึงนะคะ เพราะเค้าก่อตั้ง
มานานแล้ว โดยรวมนับว่าใช้ได้ค่ะ นักศึกษาที่นี่ เค้าขี่จักรยานมาเรียนกัน บ้างก็นั่งรถเมล์ บางส่วนก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาค่ะ ก็ได้บรรยากาศ
แบบมหาวิทยาลัยภูธรดีค่ะ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ...ส่วนเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่ดูแลศูนย์สอนภาษาจีน พี่ติ๋วขอชมจากใจเลยว่า
เค้าดูแลนักศึกษาต่างชาติดีจริง ๆ ใส่ใจมากๆ ค่ะ ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ที่พี่ติ๋วเคยไปมา

มีวิชาไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม
พี่ชอบวิชา ตัดกระดาษ (Paper Cutting) กับ วิชา ศิลป การคัดลายมือของจีน และ การวาดรูป (Chinese Calligraphy
and Painting) เพราะไม่ต้องใช้ความสามารถทางภาษามาก การตัดกระดาษเป็นรูปต่างๆ มันเป็นวิชาที่มหัศจรรย์จริง ๆ นักเรียน ทุกคน ที่นี่ชอบมาก ส่วนวิชาคัดลายมือ กับ การวาดรูป โดยการใช้ พู่กันจีน ก็สนุกสนานดีค่ะ แล้วก้อจะมีวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ วิชาศิลปะการ ป้องกันตัวแบบจีน (Martial Arts) ประมาณกังฟู ก็สนุกไปอีกแบบ แต่เล่นแล้วมันเจ็บตัวนิดนึง ซึ่งนักเรียนผู้หญิง ไม่ค่อยชอบ

มีการปรับตัวอย่างไรบ้าง เจออะไรที่เป็น Culture Shock บ้างไหมคะ
คงจะเป็นเรื่องการกินน่ะคะ เพราะเนื่องจากพี่ติ๋วเป็นคนมีปัญหา เรื่อง การกินนิดนึงก็เลยจะมีปัญหากับการกินพอสมควรในช่วง
อาทิตย์แรก เพราะที่นี่เค้าใช้ตะเกียบ ซึ่งพี่ไม่ถนัด แต่โชคดีพี่เอา ช้อนส้อมมาด้วย เลยโชคดีไป อีกเรื่องก็คือ พูดจีนไม่ได้ สั่งอาหาร
ไม่เป็น อ่านไม่ออกด้วย ถ้าเป็นร้านอาหารทั่ว ๆ ไป เค้าก็จะไม่มีรูปประกอบในเมนูอาหาร แถมยังพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้ด้วย ดังนั้น
พี่ไม่สามารถรู้เลยว่า หน้าตาอาหารที่สั่งไป หน้าตามันจะออกมาเป็นยังไง ก็ขำ ๆ ดี แต่โชคดีช่วงหลัง ๆ ติดสอยห้อยตามไปกับ สองสาว
โปแลนด์ แล้วก็น้องน้ำตาล (เด็กไทย) ตอนนี้ก็หมดปัญหาเรื่องการกิน...อ้อ แล้วก็วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนจีนที่นี่ก็จะ
เสียงดังนิดนึง ซึ่งพี่จะไม่คุ้นเคย แล้วเพื่อนชาวต่างชาติก็ไม่คุ้นเคยค่ะ ยังไง พี่ก็จะไม่เลียนแบบนะคะ แต่นั่นคือ วัฒนธรรมของเค้าค่ะ
เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ส่วนเรื่องห้องน้ำก็เป็นปัญหานิดนึง เพราะมหาวิทยาลัยสร้างมานานแล้ว ห้องน้ำก็จะเป็นแบบนั่งยอง ๆ กับพื้น
แล้วก็ไม่ค่อยสะอาด แต่ก็ไม่เลวร้ายจนเกินไป แต่พี่ก็เลือกที่จะกลับมาเข้าห้องน้ำที่ห้องพักค่ะ สบายใจกว่ากันเยอะ ส่วนผู้คนที่นี่ เค้า
ก็เป็นมิตรดีค่ะ แล้วเมืองนี้ก็ปลอดภัยมาก ๆ ค่ะ



เรื่องที่พักเป็นอย่างไรบ้าง
หอพักนักศึกษาต่างชาติที่นี่ดีมากค่ะ เพราะเป็นตึกสร้างใหม่ ในห้องพักก็สะอาดดีค่ะ ในห้องก็จะมีเตียง มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ มีครัว เครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็นไปสำหรับน้ำดื่ม มีห้องครัว มีเครื่องปรับอากาศให้ มีฮีตเตอร์ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ห้องน้ำก็เป็นแบบชักโครกค่ะ โอเคเลยค่ะ พี่ติ๋วพักกับเพื่อนชื่อ โบเชีย เป็นชาวโปแลนด์ เนื่องจากพี่พูดภาษาจีนไม่ได้ ก็เลยพูดภาษาอังกฤษกับเค้า แหม บางทีก็แอบคิดว่า อยู่ยุโรปนะเนี่ย ฮ่าๆ เพราะบรรยากาศในห้องพักเหมือนอยู่ยุโรป ทุกอย่างได้มาตรฐานค่ะ


มีประสบการณ์อะไรสนุกๆ เล่าให้ฟังบ้าง
คืนวันฮาโลวีนหลังจากกลับมาจากเที่ยวกับเพื่อน ๆ สอง
สาวโปแลนด์ สองหนุ่มอเมริกัน (คืนนี้ไม่มีไรน่ากลัวเลย เพราะ อย่างว่า ที่นี่เมืองจีน) พี่ก็นั่งแท็กซี่กลับมาที่มหาวิทยาลัย ก่อน
เข้าหอก็เลยแวะซื้อข้าวไปกินหน่อย ที่ร้านอาหารหน้ามหาวิทยาลัย มีนักศึกษาชาย/หญิง เต็มร้าน แต่มีนักศึกษาชายคนหนึ่ง ที่พี่ ประทับใจจริง ๆ เสียงกินก๋วยเตี๋ยวของเค้ามันดังมาก (ยืนอยู่นอก ร้านยังได้ยิน) เค้าซึ้ดเส้นอย่างเอร็ดอร่อย แล้วยังยกชามขึ้น
ซดด้วย โอ้ แม่เจ้า เค้าคงอร่อยมากจริง ๆ

พี่กับเพื่อนได้แต่ยืนยิ้มและมองหน้ากัน เราประทับใจเค้าจริง ๆ
...คืนนั้น พี่ฝันร้ายเลยทีเดียว เสียงซึ้ดก๋วยเตี๋ยวตามไปหลอกฝ
หลอน ถึงไหนฝัน แล้วนั่นแหละ คือ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในคืนวัน
ฮาโลวีน ที่นี่ ฮ่าๆ ก็สนุกไปอีกแบบนะ อย่าคิดมาก...จริง ๆ มีเรื่องโก๊ะ ๆ ของพี่อีกเยอะ เอาไว้เล่าโอกาสหน้าแล้วกันนะคะ...


ช่วยฝากข้อคิดให้น้อง ๆ ที่กำลังอยากจะไปเรียนภาษาจีนสักหน่อย
การมาเรียนในต่างประเทศไม่ว่าจะประเทศไหน ถือว่า เป็นการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง เปิดใจให้กว้าง แล้วน้อง ๆ จะได้อะไรกลับไปมากกว่าที่คิดค่ะ ภาษาจีนกลางค่อนข้างเป็นภาษาที่ยากเลยทีเดียว ยังไงก่อนมาควรศึกษามาบ้างนะคะ เพราะจะได้ไม่เจอปัญหาอย่างพี่ติ๋ว แต่สำหรับพี่ พี่ไม่คิดว่า มันเป็นปัญหานะคะที่พูดไม่ได้เลย พี่กลับคิดว่า มันตื่นเต้นดี เหมือนการผจญภัยในอีกโลกหนึ่งที่ฟังไม่ออกเลย ว่า เค้าพูดอะไรกัน ฮ่า ๆ....ยังไงก็ลองหาโอกาสมากันนะคะ ที่ GUT เค้าเปิดเรียนทุกเดือนค่ะ....ไจ้เจี้ยน (ลาก่อน) ค่ะ ทุกคน...

น้องๆ คนไหนที่อยากจะหาประสบการณ์ในต่างแดนอย่างพี่ติ๋ว ลองโทรเข้ามาคุยกันนะคะ เบอร์ 02-9414150-2 ค่ะ


อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ


   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)