บทสัมภาษณ์


บทสัมภาษณ์จากน้องแจง



คำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ


ก่อนหน้านี้เรียนจบจากที่ไหน และทำงานด้านอะไรมา
แจงเรียนจบคณะวิศวะคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ
พอเรียนจบตรีปุ๊บก็ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ก่อนตัดสินใจมา
เรียนที่อเมริกาค่ะค่ะ

เพราะอะไรจึงทำให้คุณตัดสินใจเลือกไปเรียนที่สหรัฐฯ
หลังจากเริ่มทำงานไปสักพัก แจงก็รู้สึกเริ่มเบื่อค่ะ แจงรู้สึกว่า
ความรู้ที่มี ยังมีไม่พอเลยตัดสินใจว่าจะเรียนต่อปริญญาโท หลังจาก
ที่ศึกษาข้อมูลต่างๆ จึงตัดสินใจได้ว่าจะมาเรียนต่อ ที่อเมริกานี่ล่ะค่ะ
เมื่อตัดสินใจว่า จะไปเรียนต่อเมืองนอกต้องหาที่เรียนภาษาเพื่อ
เตรียมความพร้อมก่อนเป็นอย่างแรกค่ะ

เลือกไปเรียนต่อที่สถาบันใดในสหรัฐฯ และเลือกเรียนหลักสูตร
อะไร

แจงเลือกมาเรียนที่ UCLA Extension ค่ะ เรียนหลักสูตร
AIEP (Academic Intensive English Program)

ทำไมจึงเลือกเรียนที่ UCLA Extension ในหลักสูตร AIEP นี้
เนื่องจากแจงสนใจที่จะเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา แจงจึงต้องปรับพื้นฐานทางด้านภาษาเพื่อการเรียนต่อ โดยจะเน้นทักษะภาษา ทางด้านวิชาการค่ะ ที่เลือกเรียนที่นี่เพราะว่า UCLA เป็นมหาลัยวิทยาที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับว่ามีระดับมาตรฐานการศึกษาที่ดีค่ะ

หลักสูตรที่เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
หลักสูตรนี้จะเน้นเพื่อการศึกษาต่อในอเมริกา โดยจะเน้นที่วิชาการเขียน (Writing) ค่ะ นักศึกษาต้องเขียนรายงานส่งทุกสัปดาห์
เรียนค่อนข้างหนัก แต่ก็สนุกค่ะ อาจารย์ทุกคนใจดีแล้วก็เป็นกันเองมาก

เจอปัญหาอะไรบ้างระหว่างเรียน
ช่วงแรก ๆ มีปัญหาเรื่องการพูดค่ะ เพราะว่าตอนที่แจงเตรียมตัวก่อนไปอเมริการนั้น แจงไม่ค่อยได้มีโอกาสฝึกทักษะด้านนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การทำข้อสอบ TOEFL ซะมากกว่า การสอบแบบ CBT นั้นไม่มีการทดสอบทักษะด้านการพูด ถึงแม้ว่า แจงจะได้คะแนน TOEFL ที่ค่อนข้างสูง ก็ไม่ได้เป็นตัววัดว่าสามารถใช้ภาษาอังกฤษที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ดี ต้องมาผึกที่นี่ อีกเยอะเลยค่ะ ช่วงสัปดาห์แรกที่เรียน แจงมีปัญหาทางด้านการสื่อสารมากค่ะ คุยกะคนอื่นไม่ได้ค่อยเข้าใจเลยค่ะ เค้าฟังเราไม่รู้เรื่องเลย ก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวค่ะ แต่หลังจากสัปดาห์แรกก็สามารถปรับตัวได้ดีค่ะ ไม่ยากเกินความสามารถเลยค่ะ

รับมือกับปัญหาอย่างไร
แจงพยายามฟังคนอื่นมาก ๆ ว่าเค้าออกเสียงว่าอย่างไร แล้วก็พยายามเลียนแบบค่ะ คำต่อคำเลย นอกจากนั้นก็จะหาโอกาสคุยกับอาจารย์มากๆ เพื่อให้เค้าแนะนำเราเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ ว่าจุดไหนเรามีปัญหา ต้องออกเสียงแบบไหนถึงจะฟังออก

การเรียนที่นั้นคิดว่ายากกว่าการเรียนที่ประเทศไทยไหม
ในความคิดของแจงคิดว่าด้านการเรียนนั้นไม่ยากเลยค่ะ อาจจะง่ายกว่าเรียน
ที่ประเทศไทยด้วย เพราะตามสไตล์คนอเมริกัน เค้าจะให้กำลังใจค่ะ จะไม่ตำหนิ
เลยค่ะ แจงว่า จุดอ่อนของเราคือวิธีการนำเสนอความคิดของเราให้ผู้ฟังเข้าใจตรง
กับที่เราคิดได้อย่างไร คนไทยมีความสามารถอยู่แล้วค่ะ แต่จะแสดงความสามารถ
ที่เรามีให้เค้าเห็นได้อย่างไรเท่านั้น

สังคมและการใช้ชีวิตของนักศึกษาที่นั้นต่างจากที่ประเทศไทยไหม
แจงคิดว่าสังคมที่นี่ไม่ค่อยแตกต่างจากประเทศไทยมาก อาจจะเป็นเพราะว่า
ที่ UCLA คนส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชียค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปเรามีวัฒนธรรม และ
สังคมคล้าย ๆ กันอยู่แล้วค่ะ

บรรยากาศของสถาบัน และการเรียนการสอนของที่นั้นเป็นยังไงบ้าง
บรรกาศรอบตึกเรียนดีมากเลยค่ะ เหมือนเรียนกวดวิชาอยู่ในสยาม ใจกลาง
แหล่ง Shopping ค่ะ เหมือนสยามบ้านเราจริงๆ ตึกเรียนก็น่าเรียนมาก สะอาด
มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบ มีห้องคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แจงว่าเยี่ยมมากๆ เลยค่ะ

ทำกิจกรรมอะไรบ้าง ที่ประทับใจ และน่าสนใจนอกเหนือการเรียน
กิจกรรมหลักที่นอกจากเรียนและทำการบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นการไปเที่ยวค่ะ
ทางมหาลัยก็มีโปรแกรมพาทัวร์ด้วย เราเลือกที่จะไปกับทางโรงเรียนได้ มีไปทั้ง
San Diego, Disneyland และที่อื่นๆ อีกเยอะแยะเลยค่ะ

วางแผนจะทำอะไรหลังจากเรียนจบ
หลังเรียนภาษาจบก็จะศึกษาต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัยในอเมริกานี่แหละค่ะ


คำถามทั่วไป


ก่อนไปได้คาดหวังอะไรไว้บ้าง
คาดหวังว่าภาษาอังกฤษของเราจะพัฒนาขึ้นจนสามารถที่จะใช้เรียนในระดับปริญญาโทได้ค่ะ

ได้รับอะไรกลับมาบ้างจากการไปเรียนที่สหรัฐฯ
อย่างแรกเลยคือการดูแลตัวเองค่ะ ต้องจัดการเรื่องทุกอย่างเอง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องอาหารการกิน เรื่องที่พัก และอื่นๆ ทั้งหมดค่ะ

ก่อนเดินทางมีการเตรียมตัวในเรื่องภาษาอย่างไรบ้าง
ก่อนเดินทางได้เรียนภาษาเพื่อสอบ TOEFL ค่ะ คะแนนที่ได้ก็พอใช้ได้ค่ะ ได้ 243 คะแนนในระบบการสอบแบบ CBT ค่ะ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัววัดว่าจะสามารถสื่อสารกับคนต่างชาติได้ดี ยังต้องปรับตัวอีกเยอะเลยค่ะ ทั้งการพูด สำเนียง และการออกเสียง
นอกจากนั้น ยังจะต้องฝึกทางด้านการเขียนเพราะจะต้องใช้เรียนในปริญญาโท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเขียนในระดับมหาวิทยาลัย (academic writing) ค่ะ ต้องใช้ในการเขียนรายงาน สอบ และสำคัญที่สุดคือใช้เขียนวิทยานิพนธ์ค่ะ

มีการเตรียมตัวในเรื่องการเดินทางอย่างไรบ้าง
เรื่องการเตรียมตัว แจงคึกษาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับอเมริกาค่ะ ทั้งเข้าเว็บอ่านข้อมูล ปรึกษาพี่และเพื่อนที่เคยอยู่อเมริการมาก่อน สอบถามข้อมูลจากสถานบันแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อ เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด เมื่อไปเรียนจริงจะได้ไม่เจอกับการปรับตัวไม่ทัน ทางด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่ (Culture Shock) ค่ะ ซึ่งข้อมูลที่ได้มาช่วยแจงได้มากค่ะ เพราะว่าเรารู้ก่อนหน้าที่จะมาแล้วว่า จะต้องเจออะไรบ้าง ก็จะสามารถเข้าใจวัฒนธรรม สังคม และระบบความคิดของคนที่นี่ ถ้ามีบางเรื่องที่เราไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของเค้า เราจะได้ทำใจมาก่อน และจะได้ไม่รู้สึกแย่มากค่ะ

ช่วงแรกปรับตัวยากไหม และมีวิธีอย่างไร
อย่างที่บอกค่ะว่าช่วงแรกมีปัญหาเรื่องการพูด พอไปไหน
เองค่อนข้างที่จะสื่อสารกับคนอื่นไม่ได้ต้องค่อย ๆ ปรับตัวค่ะ

เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างไรบ้าง (กินอาหารไทยบ่อยไหม)
กินอาหารไทยบ่อยมากเลยค่ะ ดีที่ไม่ได้เอาน้ำพริกอะไรมาเลย
เพราะมาซื้อที่นี่ได้หมดค่ะ ร้านอาหารไทยเยอะมาก ของบางอย่าง
ที่ไทยหากินยาก ที่นี่ก็ยังมีเลยค่ะ ไส้อั่วยังมีขายเลยค่ะ (แพล่บๆ)

มีเรื่องขำขันบ้างเปล่า (เรื่องหน้าแตกอ๊ะ)
ก็ไม่เชิงกับว่าเป็นเรื่องหน้าแตกนะค่ะ ประมาณว่าขำตัวเอง
มากกว่า เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงที่อากาศหนาว ๆ แจงเลยอยากหาอะไร
ร้อนๆ ดื่ม เลยเดินเข้าไป Starbucks เลยค่ะ แล้วก็สั่งเลยค่ะ
“ฮอท-ชอค-โค-แลด“ เค้าก็ถามว่าสั่งอะไรนะ ไอ้เราก็รู้ล่ะสงสัย
ออกเสียงผิด โอเคเอาใหม่ “ฮอท-ชอค-แคลด“ คิดว่าถูกแน่
แต่เค้าก็โอเคเข้าใจแล้วว่าแจงต้องการอะไร พออีกวันก็ไปสั่ง
เหมือนเดิม “ฮอท-ชอค-แคลด“ อ่าวอีตานี่ไม่เข้าใจอีกล่ะ เราว่า
เราก็พูดถูกแล้วนะ ก็ลองเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ลองไป 5 วัน โดนถาม
ซ้ำทุกครั้ง คราวนี้เราไปถาม อาจารย์เลยค่ะว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น เราออกเสียงผิดยังงัย อาจารย์ก็บอกว่า เค้าออกเสียงกันว่า “ฮอท-ชอค-
ลิด“ เราก็อ่าว พอวันถัดไป เดินเข้าที่ร้าน สั่ง “ฮอท-ชอค-ลิด” คราวนี้ทีเดียวได้เลย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การลองผิดลองถูกเอง เสียเวลากว่า
ถามคนที่รู้อยู่แล้วค่ะ ถ้าไปถามอาจารย์ตั้งแต่แรกค่ะ ก็คงก็ไม่ต้องหน้าแตก (เล็กๆ) แบบนั้น [หัวเราะ]


ตอนอยู่ที่นั้นคิดถึงอะไรมากที่สุด
แจงมาที่นี่ช่วงแรกๆ ยังสนุกค่ะ ยังตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ อยู่ไปสักพักเริ่มคิดถึง
พ่อแม่ คิดถึงเพื่อน เราเริ่มรู้สึกเหงา แจงว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเรายังมีปัญหาด้าน
การสื่อสารอยู่ ทำให้บางครั้งรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว เหมือนไม่ได้อยู่บ้าน เลยคิดถึง
บ้างนะค่ะ (แอบเหงาเหมือนกันค่ะ)

เมืองที่ไปอยู่มีจุดเด่น และสถานที่สำคัญๆ อะไรบ้าง
แจงเคยได้ยินหลายๆ คนพูดว่า Los Angeles เป็นจังหวัดที่ 77 ของไทย
เพราะมีคนไทยอยู่เยอะมาก แต่พอมาอยู่แล้ว แจงไม่ค่อยได้เจอคนไทยค่ะ ถ้าไม่ได้
ไป Thai Town ก็จะไม่ค่อยเจอคนไทยค่ะ และเมืองนี้จะเต็มไปด้วย คนเอเชียซะ
ส่วนใหญ่ แจงคิดว่าส่วนใหญ่จะเป็นคนเกาหลีค่ะ (สาวเกาหลีน่ารักๆ เต็มไปหมด
ไม่รู้เค้าทำยังงัยถึงเกิดมาสวยนะ) ส่วนสถานที่สำคัญคงเป็นที่เที่ยวมากกว่า ที่ขึ้นชื่อ
ก็ Universal Studio และก็ Disneyland ค่ะ

ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง ? (“ไม่เอา” ไปเที่ยว wall mart ใกล้ๆ บ้านนะ)
อืม.. แจงไปพิพิธภัณฑ์หลายแห่งค่ะ ที่นี่เค้าจัดพิพิธภัณฑ์ได้สวยมากเลยค่ะ
เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจดี แล้วอีกที่ก็ได้ไป Universal Studio ค่ะ สนุกมากค่ะ ถ้ายิ่ง
ได้ไปพร้อมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ จะยิ่งสนุกมากขึ้นค่ะ แล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือการไป
shopping ค่ะ ก็ไปพวก outlet ได้ไปที่ Ontario Mills ไปช่วงคริสมาสพอดี
ทุกร้านลดกระหน่ำ เราก็ช็อปกระจายเหมือนกัน



คำถามเกี่ยวกับอินโฟเลิร์นนิ่ง


รู้จักกับ Infolearning ได้ยังไง?
แจงเลยค่ะ search เจอจาก Google ค่ะ ค้นหาครั้งแรกก็เจอเลย เหมือนโชคชะตาสั่งมาให้พบกันค่ะ [หัวเราะ]

ทำไมจึงตัดสินในเลือกให้ Infolearning เป็นผู้ดำเนินการสมัคร และให้คำแนะนำในการไปเรียนที่สหรัฐฯ
แจงเริ่มคุยกับพี่ที่ Infolearning ทางโทรศัพท์ว่าสนใจจะเรียนต่อที่อเมริกาและก็สอบถามข้อมูลเรื่อยมา พี่ๆ Infolearning ก็ให้คำตอบที่ดีอยู่เสมอ ทั้งให้คำตอบที่ตรงใจ และทางเลือกอื่นๆ ที่เราไม่เคยทราบมาก่อน หลังจากที่แจงส่งเอกสาร เรื่องสมัครเรียน ปริญญาโท ไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในอเมริกาเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ต้องหาที่เรียนภาษาอังกฤษที่อเมริกาก่อน

จากที่ได้ติดต่อกับพี่ๆ ที่ Infolearning มานานพอสมควร โดยส่วนตัว แจงคิดว่าพี่ๆ ทุกคนใจดี ให้ความเป็นกันเอง พยายามหาคำตอบ ทุกข้อที่เราต้องการ และเป็นคำตอบที่น่าเชื่อถือค่ะ หลังจากนั้น แจงก็ก็ให้พี่ ๆ ติดต่อเรื่องที่เรียนภาษาที่ UCLA ให้ค่ะ


ประทับใจในการให้บริการของ Infolearning ตรงส่วนไหน
มากที่สุด

พี่ๆ ทุกคนเป็นกันเองค่ะ ดูแล take care ดีมาก แม้ว่าแจง มาเรียนที่นี่แล้วพี่ ๆ ยังคอยถามว่า OK มั้ย อยู่ได้หรือเปล่า ทำให้รู้สึก
ดีกับพี่ ๆ ทีมงานมากๆ ค่ะ


สิ่งที่ควรปรับปรุงและพัฒนามีอะไรบ้าง (อาทิ เช่น เจ้าหน้าที่
ไม่เพียงพอ, สถานที่ตั้งไม่สะดวก, ความดูแลเอาใจใส่ไม่สม่ำเสมอ,
ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ท่านต้องการได้ เป็นต้น)

อาจจะเป็นเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่พอนะค่ะ เพราะถ้าจะติดต่อ
ถามเรื่องเรียนต่ออเมริกา ก็ต้องมาเฉพาะวันเสาร์ ซึ่งค่อนข้างจำกัด
เรื่องเวลา ซึ่งบางครั้ง แม้แต่วันเสาร์พี่ ๆ ก็ต้องไปออกบูทอีก ทำให้
ในบางคราวที่ต้องการคำตอบด่วน ๆ แต่พี่ๆ ไม่ว่าง หรือว่าไม่อยู่ ก็
ต้องตัดสินใจไป โดยที่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจไม่เพียงพอค่ะ



ท่านจะแนะนำ“อินโฟเลิร์นนิ่ง” ให้แก่เพื่อน, ญาติ หรือคนรู้จัก ในการมาใช้บริการครั้งต่อไปหรือไม่ (ถ้าไม่ เพราะเหตุใด)
เรื่องนี้แน่นอนค่ะ และแจงก็แนะนำไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้เพื่อนๆ กำลังเตรียมตัวมาเรียนในอเมริกาแล้ว แน่นอนที่สุดว่า ถ้ามี ใครมาปรึกษาเรื่อง “ถ้าจะไปเรียนต่ออเมริกาต้องทำอย่างไร” แจงก็จะบอกไปเลยว่าลองไปคุยกับพี่ๆ ที่ “อินโฟเลิร์นนิ่ง” จากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของพี่ๆ แจงมั่นใจได้เลยค่ะ ว่าพี่ๆให้คำแนะนำที่ดี และสามารถให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มกำลังเลยค่ะ




อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ


   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)