บทสัมภาษณ์
บทสัมภาษณ์น้องเอม (Aim) ที่ได้เดินทางไปศึกษาต่อประเทศอเมริกาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง Boston University
คำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ
ก่อนหน้านี้เรียนจบจากที่ไหน และทำงานด้านอะไรมา
จบคณะวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนจบแล้วก็ทำงานที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(ธกส) แผนกระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Operating System) ทำตำแหน่ง Computer Technician ดูแลระบบ Server
ของธนาคาร แล้วก็ Maintain โปรแกรมต่างๆ ของระบบ
เพราะอะไรจึงทำให้คุณตัดสินใจเลือกไปเรียนที่สหรัฐฯ
ส่วนหนึ่งมาจากความใฝ่ฝันในวัยเด็ก จะเรียกได้ว่าเป็นความฝันขั้นสูงสุด ณ ตอนนั้นก็ได้ค่ะ คืออยากเรียนให้สูงๆ แล้วที่สำคัญปัจจุบัน
ภาษาเริ่มมีบทบาทในการทำงานในชีวิตประจำวันมากขึ้น เคยเรียนจบใหม่ ๆ แล้วไปสมัครงานที่บริษัทฝรั่ง แรกๆ ก็คิดว่าคงจะตอบได้
ไม่มีปัญหา แต่พอเอาเข้าจริงๆ สอบสัมภาษณ์อึ้งไปเลยค่ะ ข้อเขียนสอบผ่านแต่ตกสัมภาษณ์ เลยทำให้เล็งเห็นความสำคัญของภาษา
มากขึ้น ไอ้ที่เราเรียนในหลักสูตร ของโรงเรียนยังไม่เพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวันและอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ
ด้วย ชอบเรียนคณิตศาสตร์มากกว่า
เลือกไปเรียนต่อที่สถาบันใดในสหรัฐฯ และเลือกเรียนหลักสูตรอะไร
เริ่มแรกไปเรียนภาษาก่อนค่ะ ที่ Georgia State University (GSU) เป็น English Program แบบ Academic Program
หน่ะค่ะ คือไม่ได้เรียนเพื่อเน้นสอบ TOEFL เรียนเพื่อเตรียมพร้อมจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย คือสอนให้จด Lecture ทำ Short note
เวลาอ่าน Text วิชาที่เรียนก็ขึ้นกับ Level ที่เราสอบได้ ตอนเอมเรียนก็มีวิชา Marketing ,History ,Sociology ,Anthropology
แล้วก็ Media การบ้านค่อนข้างเยอะ เหมือนเรียนมหาวิทยาลัยจริงๆ เลยอะค่ะ 1 คอร์ส เท่ากับ 1 เทอม ส่วนปัจจุบันเรียนปริญญาโทอยู่
ที่ Boston University คณะ Computer information system (CIS)
ทำไมจึงเลือกเรียนทีนี้ และหลักสูตรนี่
เหตุผลที่ไปที่ Georgia State University (English Program) ก่อนเพราะว่า
ต้องการเมืองที่คนไทยน้อยค่ะ เพราะอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาล แล้วก็ไม่กล้าเลือก
เรียนมหาวิทยาลัยที่ดังมากอย่าง Georgia Tech เพราะรู้ว่าตัวเองไม่เก่งภาษา แถมจบมา
เกรดเฉลี่ยของ ปริญญาตรีก็ไม่ค่อยดี แล้วอีกอย่างก็คือมีเพื่อนของพ่อทำงานอยู่ที่นั่น พูดถึง
การมีคนรู้จักอยู่บ้างในระยะเริ่มต้นก็เป็นสิ่งสำคัญนะค่ะ เพราะเมืองเค้าการดำรงชีวิตประจำวัน
กฎเกณฑ์บางอย่าง แตกต่างจากเรามาก ซึ่งจะไปหาอ่านที่ไหนก็คงไม่ได้ นอกจากรับฟังการ
ถ่ายทอดจากคนที่อยู่มาก่อนแล้วก็สิ่งที่เราประสบในชีวิตประจำวัน ส่วน Boston University
(Masters Degree) คณะ Computer information System ก็เลือกเพราะว่าวิชาที่
เปิดให้เรียนน่าสนใจ แล้วก็มีรุ่นน้องเพิ่งจบจากที่นี่ด้วย แล้วที่สำคัญจบมาทาง field นี้ด้วยค่ะ
แล้ว require คะแนน TOEFL ไม่สูงด้วยค่ะ 550 อย่างต่ำ
วางแผนจะทำอะไรหลังจากเรียนจบ
อยากจะพัฒนาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งเป้าหมายว่าจะหางานที่นี่ทำสักระยะหนึ่ง ใน field ที่จบมา ถ้าเป็นไปได้อาจจะหาบริษัทที่มีสาขาอยู่ที่ไทยด้วย ถ้าทุกอย่างลงตัวจะได้ขอย้ายกลับมาอยู่ที่ไทย เพราะยังไงๆ ก็อยากจะกลับมาดูแลพ่อ กับ แม่ที่ไทยค่ะ
ก่อนไปได้คาดหวังอะไรไว้บ้าง
หวังให้ฟังพูด อ่าน เขียนได้อย่างคล่องแคล่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูด เพราะทักษะอื่น เราสามารถเรียนที่ไหนก็ได้ บางทีการเรียน writing ที่เมืองไทยจะสอนได้ดีกว่าด้วย ที่สำคัญก่อนมามีปัญหาไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษด้วยค่ะ
ก่อนเดินทางมีการเตรียมตัวในเรื่องภาษาอย่างไรบ้าง
ก่อนมาเรียนสงวนเป็นเวลา 6 เดือน ไปเรียนทุกวันไม่เคยโดด ไม่เคยหลับ เพราะรู้ว่าตัวเองยังล้าหลังกว่าคนอื่นอีกหลายก้าว เลยอยากจะพัฒนาภาษาให้ได้ดีที่สุด แต่ปัญหาที่พบคือ ไม่ค่อยพัฒนาทางด้าน Listening เลยไปลงเรียนเพิ่ม ที่ Princeton เพราะอาจารย์เป็นฝรั่ง แต่เวลามันน้อยนิดก็ยังพัฒนาไม่ได้สักที เลยตัดสินใจไปเรียนเมืองที่คนไทยน้อยค่ะ
มีการเตรียมตัวในเรื่องการเดินทางอย่างไรบ้าง
ทำ Check List ค่ะ ว่าอะไรที่ต้องการเอามาบ้าง แล้วอะไรที่ขาดไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่นพวกยาประจำตัว ยาแก้อักเสบ เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เลยคะ เพราะเป็นคนที่ทำอะไรค่อนข้างรอบคอบ ชีวิตมีการวางแผนไว้เสมอ (ถึงแม้บางคราวจะไม่สำเร็จทันตามกำหนดการก็ตาม) และอีกอย่างหนึ่ง มาอยู่หลายปีเลยค่ะ อาจจะไม่ได้กลับเมืองไทยเลยก็ได้จนกว่าจะเรียนจบ เลยต้องทำทุกอย่างให้แน่นอน ชัวร์ๆ เลย ส่วนของนี้ก็ถามจากเพื่อนที่อยู่ที่นี่แล้วบ้าง คนที่มีประสบการณ์ในการไปเรียนต่อบ้าง ว่าอะไรที่จำเป็นมากๆ หรืออะไรที่ควรจะเอาไปจากที่นี่บ้าง
คำถามเกี่ยวกับอินโฟเลิร์นนิ่ง
ทำไมจึงตัดสินในเลือกให้ Infolearning เป็นผู้ดำเนินการสมัคร และให้คำแนะนำในการไปเรียนที่สหรัฐฯ
เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับสถาบันช่วยเหลือด้านการศึกษาต่อที่อื่นๆ แล้วอินโฟเลิร์นนิ่งนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก เพราะเคยไปติดต่อ
ที่หนึ่งที่แถวๆ สยาม ไม่ขอเอ่ยชื่อบริษัทนะค่ะ เราก็บอกความต้องการแบบกึ่งๆ ลังเล แบบว่าต้องการคำปรึกษา แต่เค้ากลับบอกว่าจะ
เลือกอย่างนั้นก็ต้องไม่เอาอย่างนี้ จะเลือกอย่างนี้ต้องไม่เอาอย่างนั้นเหมือนกับว่าอย่าลังเล (ก็จะไม่ลังเลได้ไง ไม่เคยมา USA นี่นา แล้ว
ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย ถ้ารู้จะมาปรึกษาทำไม) แล้วก็ไม่เคยสนใจตามเรื่องให้เราเลย เหมือนว่าเราเป็นแค่ลูกค้า ถ้าแค่ต้องการปรึกษา
หรือขอคำแนะนำจะไม่ค่อยสนใจ แล้วผลสุดท้ายจะเลือกไปเรียน ที่ GSU เค้าก็บอกว่ามหาลัยนี้ไม่ได้อยู่ใน Contact ของเค้า เค้าช่วย
อะไรไม่ได้ แต่ที่ Infolearning คอยติดตามผลตลอดว่าเป็นไง เรื่องใบสมัครไปถึงไหนแล้ว ถ้ากรอกไม่ได้ให้ช่วยกรอกได้ แล้วก็เป็น
กันเองมาก ทำให้รู้สึกสบายใจ แล้วก็โล่งใจขึ้นมากที่ได้ปรึกษากับที่นี่ เพราะ มหาลัยที่จะไปก็ไม่ได้อยู่ใน List ของที่นี่เหมือนกัน แต่พี่ที่นี่
เค้าก็ช่วยดำเนินเรื่องให้ทุกอย่างตั้งแต่ ใบสมัคร download ที่ไหน กรอกตรงช่องไหนแปลว่าอะไร ก็คนมันไม่เก่งภาษานี่นา เข้าไปอ่าน
ในเว็บเป็นชั่วโมงยังไม่รู้เลยว่าจะเข้ามหาลัยได้ต้อง require อะไรบ้าง ใบสมัครหาได้ที่ไหน ก็ได้พี่ที่นี่หล่ะช่วยทุกอย่างเลย ตั้งแต่กรอก
ใบสมัคร ได้รับ I20 แล้วต้องทำไรต่อ กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าทำไง จ่ายค่าธรรมเนียมทำไง
ประทับใจในการให้บริการของ Infolearning ตรงส่วนไหนมากที่สุด
ประทับใจที่ให้ความสำคัญและการปรึกษาของน้องๆ ทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ (จะไม่ให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญได้ไง เท่ากับเอาชีวิตทั้งชีวิต
ไปทิ้งไว้กับเมืองที่ไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็ไม่มีพ่อกับแม่อยู่ดูแลด้วยเลยได้ไง ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย) เอาใจใส่แล้วใส่ใจจำได้
ว่าน้องคนไหนต้องการอะไร แล้วจุดประสงค์คืออะไร จะไปยูไหน แล้วที่สำคัญการช่วยเหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ปัญหาจิปาถะ เห็นได้ชัดว่าพี่
เค้าทำด้ายอย่างเต็มใจ ไม่มีอิดออดเลย ก็เรามันภาษาอ่อนนี่นา ทำอะไรก็ขาดความมั่นใจ กลัวผิดไปหมด ก็เลยต้องการคนคอย support
ตลอดเวลา
สิ่งที่ควรปรับปรุงและพัฒนามีอะไรบ้าง
ณ ตอนนี้ ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่ควรปรับปรุง เพราะไม่ทราบว่าพี่ๆ มี demand กับ supply สอดคล้องกันหรือเปล่า แต่สำหรับตัวเอง
ถือว่าดีมากๆ แล้วค่ะ
มีคำแนะนำ หรือต้องการให้ Infolearning เพิ่มการบริการด้านใดบ้าง
เท่าที่เห็นก็บริการเกือบทุกด้านอยู่แล้วนี่ค่ะ ไม่ต้องการเพิ่มอีกเหมือนกันค่ะ perfect
การให้บริการตรงตามที่ท่านคาดหวังไว้ หรือไม่
ตรง ถึงตรงมากๆ บางทีอาจจะเรียกว่าทะลุเป้าที่หวังไว้ก็ได้นะค่ะ
คำถามเกี่ยวกับชีวิตในการเรียน
หลักสูตรที่เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
GSU (Academic English Program) เรียน 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยอาศัยเนื้อหาบางส่วนจาก Text book ของนัก
เรียน Undergraduate โดยมีหัวข้อหลักๆ ดังนี้ Marketing ,History , Anthropology, Sociology
BU (Computer
Information System) อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเน้น Concentration ไปทางไหน ของเอมตอนนี้สนใจจะไปทาง Security เพราะไม่
ชอบ Coding ก็มีเรียนกว้างๆ เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ด้านต่างๆ เช่น Database, Network ,Information System, ฯลฯ แล้วก็เน้น
ไปที่ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย
เจอปัญหาอะไรบ้างระหว่างเรียน
แรกๆ ที่มา เริ่มต้นด้วยเรียนภาษาอาจารย์ก็จะพูดช้า เพราะรู้ว่าเราเป็นนักเรียนต่างชาติ
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของเรา แต่ปัญหาก็คือ บางครั้งเราจะโต้ตอบกับอาจารย์ เราต้อง
การสื่อแบบนี้แต่ไม่รู้จะพูดเป็นภาษาอังกฤษยังไง และ คุยกับเพื่อนชาติอื่นๆ ไม่ค่อยเข้าใจ
เพราะบางทีเราก็ pronounce ผิดบ้าง บางทีก็เค้าผิดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่ละชาติปัญหา
ในการออกเสียงไม่เหมือนกันด้วย เลยทำให้มีการ misunderstand บ่อยๆ นัดกันทำงาน
กลุ่มก็จะคุยกันใช้เวลาปรับตัวนิดหนึ่ง แล้วยิ่งแล้วใหญ่ถ้าคุยกันทางโทรศัพท์ บางทีเราไม่
เข้าใจเค้าก็ไม่รู้จะถามยังไง คิดคำถามไม่ออก นึกศัพท์ไม่ออก เค้าก็ฟังเราไม่ค่อยเข้าใจ
เค้าก็ไม่กล้าถามเราเหมือนกัน
ส่วนปัญหาที่เรียนปริญญาโทก็คือ อาจารย์พูดเร็ว โดยไม่แคร์หรือว่าสนใจว่าเราเป็นนักเรียนต่างชาติเหมือนตอนเราเรียนภาษา แล้วเพื่อนๆ
ที่เรียนด้วยบางครั้งก็จะ interrupt อาจารย์ตลอดเวลา คือเสนอความคิดเห็นบ้าง ซักถามบ้าง ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนการสอนที่ไทย
มาก เพราะคนที่นี่จะพูดมาก มากๆ ๆ บางครั้งเราฟังเค้าไม่รู้เรื่องก็เกิดความกดดัน ว่าเราไม่เข้าใจเนื้อหา หรือว่าเค้าพูดนอกสาระเกินไป
รับมือกับปัญหาอย่างไร
พยายามดูทีวีมากๆ แล้วก็คุยกับเพื่อนบ่อยๆ ทั้งที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หรือถ้าบางครั้งถ้าคิดศัพท์ไม่ออกก็อธิบายกันยาวไปเลย
อย่างเช่นจะพูดถึงเครื่องชั่งน้ำหนัก (measure) ถ้านึกไม่ออกว่าเรียกว่าอะไรก็บอกว่า เครื่องที่เราเอาไว้ชั่งน้ำหนักของเราว่าเราหนัก
เท่าไหร่ อะไรประมาณนี้ นี่คือส่วนย่อยๆ นะ จริงๆ แล้วตอนมาแรกๆ อ้อมกันไปหลายอ้อมเลยทีเดียวกว่าจะเข้าใจกัน บางเรื่องศัพท์คำเดียว
อ้อมกันไปหลายนาทีเลย เพราะอย่างกีฬา สนุกเกอร์ บางชาติเรียกพูล บางชาติเรียกบิลเลียด ที่นี่เค้าไม่เรียกสนุกเกอร์กัน
ปัญหาตอนเรียนโท ก็พยายามอ่านหนังสือก่อนที่จะไปเรียน กลับมาก็ทบทวน อยู่ในห้องก็ตั้งสมาธิอย่าวอกแวก เพราะถ้าหายไปนิดเดียว
อาจจะไม่รู้เรื่องเลย เพราะเค้าพูดทีเดียว ไม่ได้มี repeat เหมือนตอนสอบ listening ในโรงเรียนมัธยม เพราะที่นี่เค้าจะมี schedule
เลยว่าวันไหนเรียนบทไหน เรื่องอะไร มีวันหยุดวันไหนบ้าง เค้าค่อนข้างจะตามตารางเป๊ะๆ นอกจากมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ก็จะกระจายข่าว
เลื่อนทางอีเมลล์แล้วก็หาวัน make up เอาทีหลัง แล้วที่สำคัญพยายามหาเพื่อนที่มันดูหน้าตาใจดี friendlyๆ นิดหนึ่ง ที่จะไม่รำคาญ
เวลาเราถามปัญหางี่เง่า อย่างเช่น เวลาเราเรียนคณิตที่เมืองไทย x ยกกำลัง 3 เราก็เรียก x กำลัง สาม แต่ที่นี่เค้าเรียก x cubbed
ตอนแรกๆ ได้ยินก็งง อะไรอะ เอ๊กซ์คูป เอ๊กซ์โขด หรืออะไรกันแน่ พอเราสงสัยปั๊บ เราก็ต้องถามคนข้างๆ ทันที อย่าไปไว้หมักหมม
เดี๋ยวลืม เพราะเรียนโท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคคอมฯ จะมี assignment เกือบทุกคาบ
การเรียนที่นั้นคิดว่ายากกว่าการเรียนที่ประเทศไทยไหม
ก็จะว่ายากก็ยาก แต่จะว่าไม่ยากก็ว่าได้ ที่ยากเพราะปกติเรียนโท ก็ยากอยู่แล้ว ยังจะหาปัญหาใส่ตัวมาเรียนภาษาอะไรที่ไม่ใช่ภาษา
ของพ่อ ของแม่เราซะอีก แต่ข้อดีก็คือ อาจารย์ที่นี่ค่อนข้างมีเวลาให้กับเรามาก แล้วก็พยายามให้กำลังใจคนที่คอยสนใจเรียน บางครั้ง
ถามคำถามอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะ Make Sense เท่าไหร่เลย อาจารย์ยังชมเลย โอ๊ย เป็นคำถามที่ดีมาก คือเค้าเน้นการ Participate
แล้วก็แสดงความคิดเห็น เหมาะสำหรับเสริมสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอมค่อนข้างมีความมั่นใจในตัวเองสูง บางครั้งสูงเกินไป
ก็ได้ปลดปล่อยออกมาบ้างทางความคิดเห็น share ประสบการณ์ ได้เห็นมุมมองของคนอื่นหลายๆ ได้ รู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
ทำให้เห็นตัวเองชัดเจนมากขึ้น แล้วที่สำคัญ อาจารย์ชอบที่จะตอบคำถามของนักเรียน ทำให้ได้ใกล้ชิดกับอาจารย์ มีมุมมอง และทัศนคติ
ที่กว้าง แล้วได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองในการทำงาน เพราะ Assignment ของที่นี่ค่อนข้างเปิดกว้าง เราจะทำอะไรก็ได้ ที่อยากทำ
ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการตัดสินใจ จนบางครั้งอาจารย์กับนักเรียนมีสิทธ์มีเสียงพอๆ กันเลย
สังคมและการใช้ชีวิตของนักศึกษาที่นั้นต่างจากที่ประเทศไทยไหม
ต่างมาก เรื่องการดำรงชีวิต แล้วก็ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ชีวิตของนักเรียนที่นี่ก็อาศัยแบบตัวใครตัวมัน เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยมายุ่งกับเรื่อง
ส่วนตัวเรามากเท่าไหร่ ต่างคนต่างดำรงชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุด (อันนี้หมายถึงนักเรียนต่างชาตินะค่ะ) เพราะตั้งแต่มานี่ มีเพื่อนไทยนับนิ้ว
ได้เลย แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดีด้วยข้อเสียด้วย จะไปไหนมาไหนก็พึ่งพาตัวเองดีที่สุด อย่าหวังพึ่งคนอื่น เพราะถ้ามัวแต่หวังก็จะพบแต่คำว่ารอ
บรรยากาศของสถาบัน และการเรียนการสอนของที่นั้นเป็นยังไงบ้าง
ที่ Georgia อากาศไม่ค่อยหนาวมาก ไม่ค่อยมีหิมะ บางปีมี บางปีก็ไม่มี แต่ที่บอสตัน อากาศแปรปรวนมาก วันนี้ฝนตก พรุ่งนี้หิมะตก
มะรืนแดดออก แต่ฝน หิมะ ก็ยังไม่รุนแรงเท่าลม วันไหนลมแรง จะเห็นซากร่มตามท้องถนน คือเจ๊งค่ะ ลมแรงมาก เข้าไปซอกตึกนี่ยืน
พิงลมได้เลย ไม่ล้ม อันนี้พูดจริงๆ นะค่ะ ไม่ใช่โจ๊ก ทรมานมากเลยค่ะ ลมแรงๆ เนี่ย
ทำกิจกรรมอะไรบ้าง ที่ประทับใจ และน่าสนใจนอกเหนือการเรียน
ก็มีเยอะแยะมากกกกกกมายเลยค่ะ มีไปเยี่ยมบ้านพักคนชรา ไปเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปเล่นกับเด็กที่ศูนย์ฝากเลี้ยงเด็กระหว่างรอพ่อแม่เลิกงาน เล่นกีฬา ไปดูแข่งบาสเกตบอล เบสบอล แล้วก็ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว
ต่างๆ ของ Georgia ก็มี Coca Cola world มี Coke จากหลากหลายชาติให้ได้ชิม , CNN ศูนย์ข่าว , Georgia Aquarium
ที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้ข่าวว่าใหญ่ติดอันดับของ USA ด้วยนะค่ะ, Helen Mountain, Stone Mountain (ปิ้ง BBQ ทานกับเพือน) , จัด
party ที่บ้านเพื่อน เพื่อนจากชาติต่างๆ ทำอาหารของชาติตัวเองให้ชาติอื่นๆ ชิม ของเอมทำผัดกระเพราะเนื้อ กับต้มยำกุ้ง แต่เพิ่งรู้ว่าเอา
ใบสาหระแหน่ (Mint) มาผัดให้เพื่อนๆ นึกว่าคือใบกระเพรา (Basil) แต่ช่างเหอะ เพื่อนคงไม่รู้หรอก แหม จะให้รู้ได้ไง ก่อนมาอยู่ที่นี่
เคยทำกับข้าวซะที่ไหนกันล่ะ อิอิ อาศัยจำแม่ กับแม่ค้าร้านข้าวที่มหาลัยมา
เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างไรบ้าง
ก็ได้กินบ่อย แต่ทำเองหนะค่ะ เลยไม่รู้ว่าเรียกไทยแท้เปล่า บางทีก็จีนๆ ด้วยมั้งผสมกัน
เรียกได้ว่ากินอาหารไทยฝีมือตัวเองแทบทุกมื้อเลย เพราะไปซื้อกินมันค่อนข้างแพง แล้วตอน
มาใหม่ๆ ทุกคนจะเปรียบเทียบค่าเงินคูณแล้วจะทานไม่ลงด้วย อย่างบ้านเรา 40 บาท นี่ก็อิ่ม
แปล้แล้ว แต่ที่นี่ ถ้าเหรียญเดียวกินอะไรไม่ได้เลย ซื้อน้ำยังไม่ได้เลย ส่วนร้านอาหารไทยเคย
ไปนับครั้งได้ เพราะราคาค่อนข้างแพง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่เราเคยกินที่ไทย แต่ก็ถือว่า
ไม่แพงถ้าเทียบกับอาหารที่นี่ทั่วๆ ไป แต่ที่ไม่ค่อยไปทานเพราะว่าต้องเสีย tax เสีย tip เลย
เลือกจะทำเองดีกว่า แล้วก็ไม่ค่อยเป็นคนเรื่องมากกับการกินเท่าไหร่อยู่แล้ว
มีเรื่องขำขันบ้างเปล่า
เยอะแยะเลย ไม่รู้จะเล่าเรื่องไหนเลย เอาล่าสุดแล้วกัน เดินบนหิมะที่มันตกทิ้งไว้สองวันได้ มันจะลื่นมาก ก็แบบว่าหกล้มข้าวของลอย
เลยหล่ะ เจ็บแต่ก็อายมากกว่า เพราะถ้าที่นี่ใครเดินล้มเค้าจะขำกันนะ ไม่มีใครมาสงสารว่าจะเป็นอะไรเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางคนไม่มี
ไรทำ มานั่งดูไอ้ตรงที่ๆ คนเค้าชอบล้มกันบ่อยๆ แล้วก็หัวเราะเวลามีเหยื่อผ่านมาล้มท่าตลกๆ ให้ดู อีกเรื่องก็เรื่องทำกับข้าวเลี้ยงเพื่อนต่าง
ชาติเนี่ยหล่ะ ทำผัดกระเพรา แต่ดันใช้โหระพา ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่ามันคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกัน จริงๆก็รู้จักทั้งโหระพา และกระเพราะนะ
แต่มันก็ยังแยกกันยากอยู่ดี
จริงๆ แล้วมีเรื่องตลกเยอะมากกกก เล่าคงเป็นหลายหน้า เข้าเรื่องสุดท้ายเลยแล้วกันตอนไปทำกิจกรรมที่บ้านพักคนชรา ก็ได้
assignment มาว่าให้ไปสัมภาษณ์บุคคลสูงอายุ ที่อยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แล้วลองคิดสภาพสิค่ะว่าจะอายุอานามขนาดไหน
คนที่เอมไปสัมภาษณ์หูก็ไม่ค่อยดี แถมพูดทีน้ำลายกระเด็นเต็มๆ หน้าเลยค่ะ ก็เลยพยายามจะเลี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น ยายแกไม่ยอมดึง
แขนกลับมาใหม่ กลัวเราได้ยินไม่ชัด ไอ้เราก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี จะบอกว่าน้ำลายยายอะเต็มหน้าหนูแล้วก็ไม่ได้ ไปเล่าให้เพื่อนฟัง (ก็ไม่รู้ว่า
น้ำลายภาษาอังกฤษว่าอะไร)
ช่วยแนะนำอะไรให้กับคนที่คิดจะไปเรียน หรือกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเรียนที่สหรัฐฯ
สำหรับเพื่อนๆ ที่จะมาศึกษาต่อที่นี่ควรจะเตรียมตัวให้พร้อมทางด้านภาษามาในระดับหนึ่งเลย ถ้าเป็นไปได้สอบ TOEFL กับ GMAT,
GRE ให้ได้จากที่ไทยเลยยิ่งดี จะลดความตรึงเครียดไปได้เยอะ หรือถ้าไม่ได้ติดเรื่องเงินทอง และมีญาติอยู่ที่ไหนก็มุ่งไปเรียนในศูนย์
ภาษามหาวิทยาลัยเท่านั้น โดยเลือกที่คณะที่เราสนใจหรือมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง ส่วนเรื่องระดับมหาวิทยาลัยก็ควรจะคิดตัว
เลือกหรือว่า Choice อื่นๆ ไว้ด้วย ในกรณีที่ยังไงๆ ก็เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการไม่ได้สักที ควรจะทำยังไง ไม่อยากให้เสียเวลาเปล่าเปลือง
เงินด้วย เตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญให้พร้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกยาบางประเภทจะไปซื้อตามร้านขายยาเหมือนบ้านเราไม่ได้ ต้องมี
ใบสั่งยาเท่านั้น แล้วก็เช็คสภาพอากาศของเมืองที่เราจะไปให้ดีด้วยนะคะ หรือง่ายที่สุดถ้าไม่รู้จะทำยังไงก็เข้ามาติดต่อพี่ๆที่อินโฟเลิร์นนิ่ง
ก็จะได้คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุดนะคะ
อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ
ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn
อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423
Email: contactus@infolearning.co.th
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)