แนะนำสถาบัน


เส้นทางสู่ความสำเร็จ เรียนต่อปริญญาโทและโอกาสมีงานทำที่ USA


ความหวังของพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน อยากให้ลูกตัวเองได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดี ได้เรียนวิชาที่ถนัด เรียนได้เกรดดี และ
สามารถเรียนต่อถึงปริญญาโทและเอก เมื่อเรียนจบแล้วก็ขอให้ได้ทำงานกับบริษัทที่ดีๆมีความมั่นคงและเงินเดือนดี นี่เป็นสิ่งปรารถนา
ของพ่อแม่ผู้ปกครองทุกๆคน แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการร่วมด้วยช่วยกันประสานงานกันระหว่างพ่อแม่ลูก ว่าจะมี
ความพร้อมแค่ไหน

ผมก็คิดเช่นเดียวกัน มีความประสงค์อยากจะให้ลูกได้เรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาและได้งานทำต่อที่นั่น นี่เป็นความหวัง
ของผมตั้งแต่ลูกเข้ามหาวิทยาลัยได้ใหม่ๆแล้ว ผมอาจจะโชคดีหรือโชคร้ายกว่าท่านทั้งหลายก็คือ ช่วงนั้นเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง
ทำให้ธุรกิจที่ผมทำต้องล้มเลิก จึงมีเวลาว่างที่จะให้คำปรึกษาและร่วมกันช่วยวางแผนการเรียนต่อให้กับลูกได้มากขึ้น

ผมได้เตรียมการวางแผนร่วมกับลูก เริ่มตั้งแต่เลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้าเรียนต่อ โปรแกรมที่จะเรียน เตรียมหางบประมาณที่จะใช้เรียน
เตรียมการสมัครเข้าเรียน ตลอดจนคอยให้คำปรึกษาแนะนำและให้กำลังใจในระหว่างเรียนและช่วงหางานทำ ผลจากการที่ได้ทำงาน
ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูก ทำให้ลูกสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย top ten ได้ คือ Carnegie Mellon University ในโปรแกรม
การเรียนที่ตั้งใจไว้ คือ โปรแกรม MSISPM (Master of Science in Information Security Policy and Management) เมื่อจบแล้ว
สามารถทำงานต่อกับบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของสหรัฐได้ โดยได้เงินเดือนเริ่มต้นที่น่าพอใจ ตัวเลขเกือบ 6 หลักต่อปี ดังนั้น ผมขอ
ถือโอกาสนี้นำเอาประสบการณ์และรายละเอียดที่ได้เตรียมงานพร้อมกับลูกมาให้ทราบ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่จะประสงค์จะเรียน
ปริญญาโทต่อ ได้เตรียมตัว เตรียมใจ วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นๆ ท่านใดสนใจอยากทราบรายละเอียดโปรดติดตามได้

การเตรียมตัวในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี การวางแผนเรียนต่อปริญญาโทนั้น

ควรจะเริ่มทำตั้งแต่ลูกเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ ไม่ใช่ตัดสินใจจะไปเรียนต่อปุ๊บปั๊บ ตามคำชวนของเพื่อนฝูงหรือญาติๆ ถ้าเตรียมตัว
ไม่พร้อมอย่าไปดีกว่า เสียเวลาและเสียเงินด้วย นอกเสียว่าเราต้องการไปชุบตัว สำหรับผมนั้น หลังจากที่ลูกสอบเข้าเรียนปริญญาตรี
ในมหาวิทยาลัยได้แล้ว โดยปีแรกได้เรียนในคณะวิศวกรรมรวม และปีต่อมาถึงเลือกเรียนด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ตามความถนัด
ของลูก ระหว่างเรียนนั้น เราต้องช่วยสังเกตว่าลูกมีความชอบวิชาทางด้านไหนมาก อย่างเช่น วิชาทาง ด้าน hardware, software ,
networking, information security หรือ robotics ฯลฯ เมื่อสามารถตัดสินใจได้ว่าเขาสนใจและมีความถนัดที่จะเรียนต่อทางด้านใด
หลังจากนั้นก็จะเริ่มวางแผนต่อไป โดยให้ลูกเลือกเรียนวิชาเลือกที่เกี่ยวกับโปรแกรมที่สนใจที่จะศึกษาต่อ ตลอดจนทำ term project
ในปีสุดท้าย ต้องเลือกหัวข้อที่จะทำให้ตรงกับโปรแกรมที่จะศึกษาต่อ เพราะจะมีส่วนช่วยในการพิจารณารับสมัครเข้าเรียนมีน้ำหนักดีขึ้น

ระหว่างที่เรียน ควรที่จะเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติมทั้งด้านไวยากรณ์ การเขียน การพูด เพื่อเพิ่มทักษะทางด้านภาษาของเราให้
ดียิ่งๆขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาเราไปเรียนต่อ และยังจะช่วยให้เราสามารถทำคะแนนในการสอบ TOEFL และ GRE
ให้ได้คะแนนดีขึ้นด้วย ส่วนเรื่องการทำเกรดเฉลี่ยรวม หรือที่เรียกว่า GPA นั้น ต้องพยายามทำเกรดให้ได้ไม่ต่ำกว่า 3 จุดขึ้นไป
โดยเฉพาะวิชาหลักในปีที่สามและปีที่สี่ ต้องทำเกรดให้ดีๆ เพราะบางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเกรดช่วง 2 ปีสุดท้ายก็มี ลูกผมในปีแรก
และปีสองก็ทำเกรดไม่ดีหลายวิชา แต่จะมาทำดีในช่วงปี สามและปีสี่ โดยสามารถทำเกรดรวมได้ถึง 3 จุดต้นๆ

ในระหว่างที่เรียนอยู่นี้ต้องพยายามสนิทกับอาจารย์ที่สอนวิชาหลักเรา โดยเฉพาะอาจารย์ที่เราทำ term project หรืออาจารย์ที่เราร่วม
ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะก็ได้ (การทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ก็มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำหนักในการรับเข้าเรียนด้วยเหมือนกัน)
เพื่อว่าต่อมาตอนที่จะไปสมัครเข้าเรียนต่อ ทางมหาวิทยาลัย เขาจะขอให้เราส่ง letter of recommendation จำนวน 3 ท่าน ซึ่งใน
จำนวนนี้อาจจะเป็นจากอาจารย์สัก 2 ท่านและอีกท่านหนึ่งจะเป็นหัวหน้างานที่เราทำงานด้วย การที่เราสนิทกับอาจารย์ และ อาจารย์
รู้จักเราเป็นอย่างดี จะช่วยให้การเขียน reference เป็นผลดีกับตัวเราเอง







กลับไปหน้าแรก





   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)