Study in United States of America | ข้อมูลศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา
ข้อมูลทั่วไป
เป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งประกอบด้วยรัฐต่างๆ 50 รัฐ และ 1 เขตการปกครอง คือ วอชิงตัน
ดีซี (Washington D.C.) สหรัฐอเมริกามีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 9.9 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 18
เท่าของขนาดพื้นที่ประเทศไทย ทางทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก
และอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค และทิศตะวันตก ติดกับชายฝั่งมหาสมุทร
แปซิฟิค การเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน (ความกว้าง
ประมาณ 4,500 กิโลเมตร)
ภูมิประเทศ
ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย
ในเรื่องของภูมิประเทศ คือ มีทั้ง ภูเขา ป่าดง ทะเล
ทรายที่ราบสูง และ ที่ลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกามีผืน
แผ่นดินใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่ของรัฐที่มีอาณาเขตติดต่อ
กันทั้งหมด 48 รัฐ มีเพียง 2 รัฐเท่านั้นที่ไม่มีอาณา
เขตติดต่อกัน คือ รัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ
ของประเทศแคนาดา และรัฐ Hawaii ซึ่งอยู่ใน
มหาสมุทรแปซิฟิค เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นประเทศที่มีความกว้างใหญ่ จึงมีการแบ่งรัฐ
ต่างๆ ออกเป็นเขต 7 เขตตามลักษณะภูมิประเทศดังนี้
Northwest States : Washington, Oregon, Idaho
Southwest States : California, Nevada, Utah, Arizona
North Central States : Montana, Wyoming, Colorado, North Dakota, South Dakota, Nebraska,
Kansas, Minnesota, Lowa, Missouri
South Central States : New Mexico, Oklahoma, Arkansas, Texas, Louisiana
Midwest States : Wisconsin, Illinois, Michigan, Indiana, Ohio, Kentucky
Northeast States : New Hampshire, Vermont, New York, Pennsylvania, West Virginia, Virginia, Maine,
Massachusetts, Rhode Island, Connecticut, New Jersey, Delaware, Maryland, District of Columbia
Southeast States : Tennessee, North Carolina, South Carolina, Mississippi, Alabama, Georgia, Florida
ภูมิอากาศ
สหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเขต เนื่องจากภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ โดยทั่วไปแล้วประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทยเนื่องจากสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทางแถบตะวันออกของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะ
มีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก แสงแดด
ค่อนข้างมาก
สหรัฐอเมริกามี 4 ฤดูกาล คือ
ฤดู |
ช่วงเวลา |
ฤดูร้อน |
อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม |
ฤดูใบไม้ร่วง |
อยู่ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน เป็นฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด |
ฤดูหนาว |
อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ |
ฤดูใบไม้ผล |
อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม |
ประชากร
ปัจจุบันนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่ได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาพำนักอยู่ จนทำ
ให้ได้รับสมญานามว่า Melting Pot ซึ่งหมายถึงการเป็นแหล่งศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายและ
ละลายการเป็นหนึ่งเดียว ประชากรโดยรวมของประเทศสหรัฐอเมริกามีประมาณ 297ล้านคน
(ข้อมูลล่าสุด ธันวาคม 2548)
ประชากรดั้งเดิมของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ ชาวอินเดียนแดง ชนกลุ่มแรกที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐาน คือ
ชาวอังกฤษ และชาวเนเธอร์แลนด์ ต่อมามีการนำชนผิวดำจากประเทศแอฟริกาเข้ามาเป็นทาส ในระยะ 20 ปี
ที่ผ่านมา ชาวเอเชียได้อพยพได้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานมากขึ้นโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ซึ่งเข้าไปอยู่ในรัฐฮาวาย
มากที่สุด รัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด คือ รัฐแคลิฟอร์เนีย รองลงมา คือ รัฐนิวยอร์ค
ภาษา
สหรัฐอเมริกาใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการในการติดต่อสื่อสาร สำหรับสำเนียงในการพูดก็จะแตกต่าง
กันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ
รัฐบาลและระบบการปกครอง
สหรัฐอเมริกามีระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสุด มีสภา 2 สภา คือ
วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร มีพรรคการเมือง 2 พรรค คือ พรรครีพับลิกัน ( Republican) และพรรค
เดโมแครต (Democrat) ส่วนพรรคอื่นๆ จะเป็นพรรคขนาดเล็ก การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นทุก 4 ปี
โดยประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 สมัย สำหรับระบบการปกครองจะ
เป็นแบบสหพันธรัฐ ซึ่งประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ และ 1 เขตการ ปกครอง โดยแต่ละรัฐจะมีสิทธิในการ
ปกครองตนเอง สมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าทุกรัฐจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยมีกรุงวอชิงตัน ดีซี
เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครอง
สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย George W.Bush พรรครีพับลิกัน ( Republican) ซึ่งเป็น
ประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐอเมริกา รองประธานาธิบดี คือ นาย Richard Bruce Cheney
สังคมและวัฒนธรรม
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของโลกมาอาศัยอยู่ร่วมกันทำให้
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและวิถีการดำเนินชีวิตที่หลากหลาย ชาวอเมริกันเป็นคน
ที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นซึ่งแตกต่างจากของตนเอง มีความเป็น
เอกเทศ ซื่อสัตย์ เปิดเผย และตรงไปตรงมา ยึดถือในเรื่องของความเท่าเทียมกัน ให้ความ
สำคัญกับการประสบความสำเร็จ จากการที่มีภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ทำให้ในแต่ละรัฐ แต่ละเขต
มีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไป ด้านสำเนียงภาษา
อังกฤษก็จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
เศรษฐกิจ
สหรัฐอเมริกามีระบบการค้าแบบเสรี ชาวอเมริกาส่วนใหญ่มีฐานะอยู่ในระดับปานกลาง มีเพียง
ส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีฐานะร่ำรวยหรือยากจนมากๆ สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรม
และธุรกิจหลายๆ ประเภท ทั้งด้านการบริการ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี อุตสาหกรรมต่างๆ รวม
ถึงด้านการศึกษาด้วย สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่นักศึกษาต่างชาติในหลายประเทศรวม
ทั้ง นักศึกษาไทยให้ความสนใจที่จะไปศึกษาต่อในระดับต่างๆ เนื่องมาจากมาตรฐานทางด้าน
การเรียน การสอนซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของ
หลายๆ ประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐได้รับความเชื่อถือว่าเป็น
ระบบเศรษฐกิจที่มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือ
เวลาเทียบกับเมืองไทย
ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก จึงมีการแบ่งความต่างของเวลา
ตามเส้นแบ่งของโลกเป็น 4 เขตเวลา (Time Zone) คือ
- Eastern Time Zone(EST) จะมีเวลาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง
- Central Time Zone (CST) จะมีเวลาช้ากว่าประเทศไทย 13ชั่วโมง
- Mountain Time Zone (MST) จะมีเวลาช้ากว่าประเทศไทย 14ชั่วโมง
- Pacific Time Zone (PST) จะมีเวลาช้ากว่าประเทศไทย 15ชั่วโมง
ในแต่ละ Time Zone จะมีเวลาแตกต่างกัน 1 ชั่วโมง
ระบบการเงินและการธนาคาร
สหรัฐอเมริกาใช้ระบบสกุลเงินดอลล่าร์ (US$) ซึ่ง US$ 1 = 100 cent โดยธนบัตรจะมีตั้งแต่ใบละ $1, $5, $10, $20, $50 และ
$100 สำหรับธนบัตร $20 จะเรียกว่า twenty bucks ส่วนเหรียญจะมีตั้งแต่เหรียญ 1 เซ็นต์ (penny), เหรียญ 5 เซ็นต์ (nickel),
เหรียญ 10 เซ็นต์ (dime) และเหรียญ 25 เซ็นต์ (Quarter)
สหรัฐอเมริกามีธนาคารจำนวนมากที่คอยให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้บริการของธนาคารของนักศึกษาควรดูจาก
สถานที่ศึกษา หรือที่พักอาศัยของนักศึกษาเป็นหลัก นักศึกษาควรเลือกใช้บริการของธนาคารที่อยู่ใกล้กับที่พัก หรือสถานศึกษาของตน
ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม และมีเครื่อง ATM ให้บริการอยู่ทั่วไป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยทั่วไปแล้วในวัน
จันทร์ - ศุกร์ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 – 15.00 นาฬิกา ส่วนในวันเสาร์อาจเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 – 12.00 นาฬิกา และ
หยุดทำการในวันอาทิตย์
ไปรษณีย์
ที่ทำการไปรษณีย์ในสหรัฐอเมริกาเปิดทำการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ โดยมีการให้บริการทั้ง ไปรษณีย์บัตร, ไปรษณีย์
ลงทะเบียน, บริการส่งจดหมายทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นต้น สำหรับสิ่งสำคัญในการส่งไปรษณีย์ที่นักศึกษาต้องพึงระลึกเสมอ คือ
“ต้องกรอก ข้อมูลของผู้รับให้ละเอียดและครบถ้วนโดยเฉพาะรหัสไปรษณีย์ต้องไม่ลืมเด็ดขาด” เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การส่งจดหมาย
ล่าช้าขึ้น สำหรับอัตราค่าบริการ ถ้าเป็นจดหมายธรรมดาติดแสตมป์ $ 0.34 แต่ถ้าพัสดุมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยอัตราค่าบริการก็ประมาณ
60 เซ็นต์ ถึง 1 เหรียญกว่าๆ ระยะเวลาที่ใช้ในการส่งแบบธรรมดาก็ประมาณ 4-7 วัน
ระบบโทรศัพท์
ในสหรัฐอเมริกามีบริการโทรศัพท์สาธารณะอยู่ทั่วไปทั้งแบบหยอดเหรียญ ใช้บัตรโทรศัพท์ รวมถึงบัตรเครดิต ซึ่งถือได้ว่ามีความสะดวกสบายอย่างมาก นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถขอติดตั้งโทรศัพท์ภายในที่พักของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากเนื่องจากเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดให้แก่ประชาชน โดยมีองค์กรซึ่งให้บริการอยู่ 2 ประเภท คือ องค์การโทรศัพท์ท้องถิ่น และองค์การโทรศัพท์ทางไกล
- การโทรศัพท์จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาก็สามารถทำได้โดยกด 001 + 1 (รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา) + area code + หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
- การโทรศัพท์จากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทยทำได้โดยกด 011 + 66 (รหัสประเทศไทย) + 2 (รหัสกรุงเทพ) +หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
สำหรับค่าบริการทางบริษัทที่นักศึกษาเลือกใช้บริการจะส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่นักศึกษาเป็นรายเดือน ซึ่งในใบแจ้งหนี้จะแจ้งให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น ค่าบริการขั้นพื้นฐาน ค่าโทรศัพท์ภายในท้องถิ่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งนักศึกษาสามารถชำระค่าบริการได้ที่ทำการโทรศัพท์ หรือสั่งจ่ายเป็นเช็คแล้วส่งไปทางไปรษณีย์
นอกจากนี้ยังมีบริการโทรศัพท์ทางไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ทซึ่งมีอัตราค่าบริการค่อนข้างถูก และเป็นที่นิยมอย่างมากอีกด้วย โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับประเทศที่เราต้องการจะโทรไป แต่มีข้อเสีย คือ ผู้ที่ต้องการใช้บริการในรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบ ซึ่งก็คือ คอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทได้ และHead Phone นอกจากนี้คุณภาพของเสียงก็จะเปลี่ยนไปตามประสิทธิภาพของอินเตอร์เน็ทอีกด้วย
ระบบไฟฟ้า
สหรัฐอเมริกามีระบบไฟฟ้าแบบ 115 Volts, 60 Cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ถ้านักศึกษาต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปก็จำเป็นต้องหาซื้อเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย
น้ำประปา
ระบบน้ำประปาของสหรัฐอเมริกานั้นมีมาตรฐานสูงซึ่งประชาชนสามารถดื่มน้ำประปาจากก๊อกน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องนำน้ำไปต้มแต่อย่างใด
ศุลกากร
นักศึกษาสามารถนำเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐเข้าประเทศได้ในวงเงินสูงสุด US$ 10,000.- ถ้ามากกว่านั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่
การคมนาคม
การคมนาคมที่สหรัฐอเมริกามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งรถโดยสารประจำทาง รถไฟ รถไฟใต้ดิน รถแท็กซี่ รวมถึงรถยนต์ส่วนตัว การคมนาคมที่สหรัฐอเมริกาค่อนข้างสะดวกสบาย มีการบริการที่ดี มีตารางเวลาในการรับส่งที่แน่นอนทำให้สามารถกำหนดแผนการการเดินทางได้ถูกต้อง
รถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารประจำทางในสหรัฐอเมริกาจะมีบริการทั้งภายในเมืองและระหว่างเมือง ในเมืองใหญ่ๆ จะมีรถโดยสารประจำทางบริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเมืองเล็กๆ อาจต้องใช้เวลาในการรอรถแต่ละเที่ยวประมาณ 30 นาที รถโดยสารประจำทางที่สหรัฐอเมริกาจะมี 2 ประเภท คือ รถโดยสารขนาดเล็กซึ่งจะวิ่งให้บริการในระยะทางใกล้ๆ และรถโดยสารขนาดใหญ่ซึ่งจะวิ่งให้บริการในระยะที่ไกลขึ้น ในการเดินทางแต่ละครั้งนักศึกษาควรจะเตรียมเงินให้พอดีกับค่าเดินทางเนื่องจากคนขับรถจะไม่มีเงินทอน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาที่แสดงบัตรประจำตัวนักศึกษาจะไม่ต้องเสียค่าโดยสาร หรือถ้าต้องเสียก็จะได้รับส่วนลดจากราคาปกติ และเมื่อนักศึกษาลงจากรถแล้วควรจะกล่าว Thank you เพื่อแสดงการขอบคุณคนขับรถที่ให้บริการแก่เรา
การบริการรถโดยสารประจำทางที่สหรัฐจะมีตารางเวลาการให้บริการที่แน่นอน ซึ่งนักศึกษาสามารถดูได้จากที่ป้ายรถโดยสาร นอกจากนี้ที่ป้ายรถโดยสารยังมีข้อมูลเกี่ยวกับประกาศวันหยุด ค่าโดยสาร รวมเบอร์โทรศัพท์สำหรับสอบถามรายละเอียดของเส้นทางและข้อมูลของรถโดยสารอีกด้วย
แท็กซี่
แท็กซี่มีให้บริการอยู่ทั่วไป ซึ่งมีความสะดวกสบายกว่าการใช้บริการรถโดยสารประจำทางแต่ ก็มีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง นักศึกษาสามารถใช้
บริการแท็กซี่ได้โดยการโทรศัพท์เรียกให้แท็กซี่มารับและโดยธรรมเนียมแล้วนักศึกษาควรให้ทิปแก่คนขับแท็กซี่ประมาณ 10 – 20% ของค่าโดยสาร
รถไฟใต้ดิน
รถไฟใต้ดินเป็นระบบการขนส่งมวลชนซึ่งเป็นที่นิยมเนื่องจากมีความรวดเร็ว และสะดวกสบายกว่าการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง นอกจากนี้การให้บริการของรถไฟใต้ดินยังมีจำนวน การให้บริการมากกว่ารถประจำทาง สำหรับตั๋วรถไฟใต้ดินนั้นจะมีจำหน่ายที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ หรือที่เคาเตอร์ สำหรับราคาค่าเดินทางนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระยะทาง
รถยนต์ส่วนตัว
การมีรถยนต์ส่วนตัวทำให้นักศึกษามีความสะดวกมากในการเดินทางไปมหาวิทยาลัย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทั้งในเรื่องของค่าบำรุงรักษา และการต่อทะเบียนรถยนต์ สำหรับใบขับขี่ นักศึกษาควรที่จะทำใบขับขี่เพื่อขับรถยนต์เพราะในบางรัฐมีกฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ใบขับขี่ นานาชาติ นอกจากนี้ยังกฎหมายเรื่องการทำประกันรถยนต์ หรือการอนุญาตให้เฉพาะผู้เป็น เจ้าของรถยนต์เท่านั้นเป็นผู้ขับรถยนต์แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นนักศึกษาควรจะพิจารณาว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องซื้อรถยนต์
ซุปเปอร์มาร์เก็ต
ซุปเปอร์มาร์เก็ตในอเมริกาส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง สินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละแห่งก็จะมีให้เลือกมากมาย ซึ่งมีทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ผลไม้ และผักต่างๆ สำหรับราคาของ สินค้าสดประเภท เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ ก็จะมีราคาพอๆ กับเมืองไทย ส่วนผักต่างๆ ก็จะมีราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเป็นกุ้งราคาก็จะแพงเพราะว่าต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือเวียดนาม เป็นต้น ถ้านักศึกษาสามารถทำอาหารทานเองได้ก็จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก เพราะว่าค่าใช้จ่ายสำหรับทำอาหารทานเองตกอยู่ประมาณ 4-8 เหรียญต่อวัน และยังสามารถเก็บไว้ทานได้ถึง 2 วัน
ตัวอย่างราคาสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต
- น้ำส้มคั้น 100% US$ 3.50-5.00 / 1 Litre
- นมพร่องมันเนย US$ 3.00-3.50 / 1 Litre
- ไก่ 1 ตัว US$ 1.57-3.58
- ไส้กรอก 5 ชิ้น US$ 3.89
- กุ้ง US$ 7.99-8.99 / 1 Pound
- ไข่ไก่ (เปลือกสีขาว) US$ 0.58 / 1 Dozen
นอกจากสินค้าในซุปเปอร์มาเก็ตแล้วก็ยังมีร้านค้าเล็กๆ ซึ่งมีสินค้าสำหรับคนเอเชีย โดยเฉพาะ ลักษณะก็คล้ายๆ กับร้านขายของชำในประเทศไทย สินค้าส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศไทย ราคาสินค้าก็จะถูกกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตนิดหน่อย ซึ่งร้านลักษณะนี้มักจะตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนที่มีชาวเอเชียอาศัยอยู่เยอะ
|