Study in New Zealand | ข้อมูลศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์
ระบบการศึกษา
นิวซีแลนด์เป็นแหล่งการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับแนวหน้าประเทศหนึ่งของโลก มีสภาพ
แวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนการสอน กระตุ้นให้นักศึกษารู้จักคิด มีเหตุผล รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ชาวนิวซีแลนด์ยินดีต้อนรับนักศึกษาจากต่างชาติ และเปิดรับ
นักเรียนนักศึกษาในทุกระดับตั้งแต่มัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา โพลีเทคนิควิทยาลัยครู มหาวิทยาลัย
และสถาบันสอนภาษาเอกชน มีหลักสูตรสาขาวิชาให้เลือกมากมาย
ระดับมัธยมศึกษา
โรงเรียนมัธยมศึกษาในนิวซีแลนด์ ประมาณ 400 แห่ง ทั้งโรงเรียนของรัฐบาล กึ่งรัฐบาล และเอกชน
โรงเรียนแต่ละแห่งสามารถจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเอง แต่ต้องได้รับการรับรองคุณภาพจาก New Zealand
Qualification Authority (NZQA) หลักสูตรและมาตรฐานการศึกษาจึงคล้ายคลึงกัน และมีจุดประสงค์เดียวกัน
คือ เตรียมความพร้อมให้นักเรียนเพื่อสอบให้ได้ประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาที่รัฐบาลกำหนด นักเรียน
ทุกคนเมื่อจบระดับ Year 11 (ม.5) จะต้องสอบไล่ข้อสอบกลางของประเทศ เพื่อรับประกาศนียบัตร เรียกว่า
NCEA certificate level 1 (National Certificate of Educational Achievement) และเมื่อเรียนจบ Year 12
(ม.6) ต้องสอบข้อสอบที่โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเพื่อรับ NCEA Certificate Level 2 ดังนั้นการเลือกโรงเรียน
จึงเป็นสิ่งสำคัญ
โรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่ จะรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนใน Year 9 (ม.3 อายุ 13 ปี) บางโรงเรียนรับตั้งแต่
Year 7 (ม.1) นักเรียนระดับ Year 9-10 ถือเป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนจะเรียนวิชาบังคับพื้นฐาน
อาทิ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา พลศึกษา ดนตรี ศิลปะ ส่วนวิชาเลือก
จะมี คหกรรมศาสตร์เศรษฐศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ นักเรียนระดับ Year 11-12 ถือเป็นชั้นมัธยมศึกษา
ตอนปลาย จะมีวิชาเลือกตามความถนัดมากขึ้น และมีวิชาบังคับน้อยลง วิชาบังคับคือ ภาษาอังกฤษ
คณิตศาสตร์
การจัดสอบ NCEA Certificate ทั้ง Level 1-2 จัดสอบโดยกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับนักเรียนที่ต้องการ
วุฒิมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 (ม.6) สามารถใช้ NCEA Certificate Level 2 มาเทียบวุฒิ ม.6 หรือ นักเรียนสามารถ
เรียนต่อชั้น Year 13 เพื่อสอบ NCEA Certificate Level 3 และใช้ผลการสอบสมัครเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียน
ต่างชาติก็สามารถเข้าสอบได้
นักเรียนใน Year 11-12-13 ควรเลือกวิชาที่เป็นพื้นฐานของกาเรียนในระดับปริญญาตรีที่ตนสนใจ เช่น
สนใจเรียนปริญญาตรีด้านธุรกิจ ก็ควรเลือกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สถิติ การบัญชี เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น
ส่วนนักเรียนที่จะเรียนด้านวิทยาศาสตร์ ก็ควรเลือกเรียนวิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา เป็นต้น
ข้อควรระวัง
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เพราะโรงเรียนมีสิทธิ์
ส่งตัวนักเรียนกลับประเทศไทยได้ทันที
การสมัครเรียน
สมัครเข้าเรียนต่อจากชั้นสูงสุดที่จบจากประเทศไทยได้เลย และสมัครเข้าเรียนได้ทุกเทอม นักเรียนที่ต้อง
เลื่อนชั้นต้องเข้าเรียนต้นเทอม 2 ทางโรงเรียนจะพิจารณารับนักเรียนเข้าเรียนจากผลการเรียน อายุ
พื้นฐานภาษาอังกฤษ แต่การรับนักเรียนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละโรงเรียน
ภาคการศึกษา
ภาคเรียนแบ่งเป็น 4 เทอม โดยระหว่างเทอมจะปิดให้นักเรียนพักอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โรงเรียนมัธยม
ถูกกำหนดให้มีการสอนไม่น้อยกว่า 190 วัน ต่อปีการศึกษา
เทอม 1 : กุมภาพันธ์ – เมษายน
เทอม 2 : เมษายน – มิถุนายน
เทอม 3 : กรกฎาคม – กันยายน
เทอม 4 : ตุลาคม – ธันวาคม
สถาบันโพลีเทคนิค
คือ สถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปิดให้การศึกษาอบรมสายอาชีพ เน้นด้านอุตสาหกรรม
ธุรกิจ และการพาณิชย์ มีสาขาวิชา ให้เลือกมากถึง 150 สาขา มีหลักสูตรตั้งแต่ประกาศนียบัตร อนุปริญญา
จนถึงปริญญาตรี และสามารถโอนหน่วยกิต เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยได้ โพลีเทคนิค
ทั้งหมดมี 22 แห่ง กระจายอยู่ 15 แห่งในเกาะเหนือ และ 7 แห่งในเกาะใต้ นอกจากนี้โพลีเทคนิคยังมีการ
อบรมหลักสูตรสั้นๆ (Short Courses) และหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษอีกด้วย
คุณสมบัติของผู้สมัครจากประเทศไทย
- อายุ 18 ปี ขึ้นไป
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 GPA 2 – 2.5
- สอบ TOEFL ได้คะแนนอย่างต่ำ 500 หรือ IELTS 5.0
ภาคการศึกษา
เปิดสอนเดือนกุมภาพันธ์ – ธันวาคม โดยมีวันหยุดในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคม ส่วนใหญ่เปิดรับ
นักศึกษาใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ และกรกฎาคม
มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยในประเทศมีด้วยกันทั้งหมด 8 แห่ง และเป็นของรัฐบาลทั้งหมด มหาวิทยาลัยเหล่านี้กระจาย
อยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยอยู่ที่เกาะเหนือ 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่
- University of Auckland อยู่ที่เมือง Auckland
- Massey University อยู่ที่เมือง Palmerston North
- Victoria University of Wellington อยู่ที่เมือง Wellington
- University of Waikato อยู่ที่เมือง Hamilton
- Auckland University of Technology อยู่ที่เมือง Auckland เดิมชื่อ AIT (Auckland Institute of Technology)
เกาะใต้ มี 3 มหาวิทยาลัย คือ
- University of Canterbury อยู่ที่เมือง Christchurch
- Lincoln University อยู่ที่เมือง Christchurch
- University of Otago อยู่ที่เมือง Dunedin
มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตร ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตร
ประกาศนียบัตร และอนุปริญญาด้วย
คุณสมบัติของผู้สมัครจากประเทศไทย
ระดับปริญญาตรี
- นักศึกษาจบชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากทบวงมหาวิทยาลัยของประเทศไทย สามารถสมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียน Foundation Studies
แต่ถ้านักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะต้องเข้าเรียนหลักสูตร Foundation Studies Programme
ก่อน หรือมิฉะนั้นก็เข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาใน Year 13 หรือเลือกเรียนหลักสูตรอนุปริญญา
ในวิทยาลัยอาชีวศึกษา 2 ปี เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 แล้วจึงสมัครเรียนต่อปริญญาตรี
- คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 หรือ IELTS 5.5
ระดับปริญญาเอก
- สำเร็จปริญญาตรี/โท
- คะแนน TOEFL 600 หรือ IELTS 6.0 – 6.5
- บางสาขาวิชาจะต้องมีประสบการณ์การทำงาน
- เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
- เอกสารชี้แจงวิทยานิพนธ์ พร้อมประวัติส่วนตัว
ภาคการศึกษา
- ระบบเทอม มี 3 เทอม คือ มีนาคม – พฤษภาคม, มิถุนายน – สิงหาคม, กันยายน – พฤศจิกายน
- ระบบภาคเรียน (Semester) มี 2 ภาค คือ มีนาคม – มิถุนายน, กรกฎาคม – พฤศจิกายน
วันหยุดภาคฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีวันหยุดประมาณ 2 – 3
สัปดาห์ ในระหว่างเทอมหรือ ระหว่างภาค โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาใหม่ช่วงต้นปีการศึกษา
ในเดือนมีนาคม มีบางมหาวิทยาลัยที่เปิดรับนักศึกษาใหม่กลางปี คือ ในเดือนกรกฎาคม แต่รับเฉพาะบาง
สาขาเท่านั้น
สถาบันสอนภาษา
มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เป็นของเอกชน และที่ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัย หรือโพลีเทคนิค เปิดสอน
หลักสูตรทั้งระยะสั้น (ต่ำกว่า 12 สัปดาห์) และระยะยาว คือ 1 ปี ใช้วิธีการสอนที่ทันสมัย เปิดรับนักศึกษา
ใหม่ตลอดทั้งปี การเข้าเรียนภาษาอังกฤษในสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย มิได้หมายความว่าจะได้
รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ทันทีเมื่อจบหลักสูตร นักศึกษาทุกคนต้องสอบให้ได้คะแนน TOEFL หรือ
IELTS อย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดจึงจะดำเนินการสมัครต่อไป
เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน
ระดับมัธยมศึกษา
- ใบรับรองผลการเรียน หรือใบรายงานผลการศึกษาชั้นสูงสุดที่มี จดหมายรับรองจากสถาบันที่เรียนอยู่
หรือที่จบมา
ระดับอุดมศึกษา
- ใบรองรองผลการเรียน (Transcript)
- ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS
- จดหมายรับรองจากสถาบันที่ศึกษาอยู่หรือที่จบมา หรือจากสถานที่ที่ทำงานอยู่
ปริญญาเอก
- ใบรับรองผลการเรียน (Transcript)
- จดหมายแนะนำจากอาจารย์
- จดหมายเรียงความประวัติส่วนตัว และเหตุผลที่ต้องการศึกษา
- ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS เรียนภาษาอังกฤษ
- ต้องแสดงวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า
ทุนการศึกษา
เกือบทุกมหาวิทยาลัยจะมีทุนค่าเล่าเรียน หรือค่าวิจัยให้แก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น นักศึกษาสามารถ
ขอทุนการศึกษาได้หลังจากไปเรียนแล้ว และมีผลการเรียนดีตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่
ทุน NZAID
- เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ให้แก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการศึกษาในระดับปริญญาโทและเอก
- เป็นที่ให้เปล่าไม่ต้องใช้คืน
- ทุนนี้รวมค่าเครื่องบิน อาหาร ที่พัก หนังสือ
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.nzvcc.ac.nz
การทำงานระหว่างเรียน
นักศึกษาระดับโพลีเทคนิค และมหาวิทยาลัยที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป สามารถขอ
ทำงานได้ แต่ควรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนและต้องมีจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยด้วย ยื่น
ขออนุญาตได้ที่ New Zealand Immigration Service
การย้ายสถานศึกษา
ทุกครั้งที่นักเรียนย้ายสถานศึกษา นักเรียนต้องแจ้งให้กองตรวจคนเข้าเมืองรับทราบโดยด่วน และต้องส่ง
หนังสือรับรองจากสถาบันเดิม และสถาบันใหม่ไปที่ Student Section Immigration Division,
Department of Labour, Private Bag, Wellington
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ประมาณเดือนละ 250 – 400 เหรียญนิวซีแลนด์ โดยสรุปแล้วค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า
ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมประมาณปีละ 10,000 – 12,000 เหรียญนิวซีแลนด์
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น
| ค่ารถ |
1.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์หรือมากกว่า |
ค่าอาหาร |
5.00 – 35.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
ค่าชมภาพยนตร์ |
6.00 – 10.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
ค่าแสตมป์ |
1.00 – 1.80 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
ค่าตัดผม (ผู้หญิง) |
20.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
ค่าตัดผม (ผู้ชาย) |
15.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
โค้ก 1 กระป๋อง |
1.00 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
น้ำผลไม้ |
1.30 |
เหรียญนิวซีแลนด์ |
การประกันสุขภาพ
เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลที่ประเทศนิวซีแลนด์ค่อนข้างสูง นักเรียนนักศึกษาทุกคนควรทำประกันสุขภาพ
ในขณะศึกษาที่นิวซีแลนด์ การประกันสุขภาพ สามารถทำได้ก่อนการเดินทาง ซึ่งการคุ้มครองจะเริ่มตั้งแต่
วันออกเดินทาง เอกสารพร้อมใบสมัครประกันสุขภาพของนักเรียนสามารถขอรับได้ที่สถานทูตนิวซีแลนด์
แผนกการศึกษาในบางหลักฐานจะระบุให้นักเรียนทำประกันสุขภาพเพื่อประกอบการขอวีซ่าด้วย
|