ข้อมูลศึกษาต่อ
 
ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศนิวซีแลนด์
ประเทศอเมริกา
ประเทศอังกฤษ
ประเทศแคนาดา
ค้นหาสถาบัน (5 ประเทศ)


Study in New Zealand | ข้อมูลศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์




ระบบการศึกษา

นิวซีแลนด์เป็นแหล่งการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับแนวหน้าประเทศหนึ่งของโลก มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อ
การเรียนการสอน กระตุ้นให้นักศึกษารู้จักคิด มีเหตุผล รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ชาวนิวซีแลนด์ยินดีต้อนรับนักศึกษาจากต่างชาติ และเปิดรับนักเรียนนักศึกษาในทุกระดับตั้งแต่มัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา
โพลีเทคนิควิทยาลัยครู มหาวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาเอกชน มีหลักสูตรสาขาวิชาให้เลือกมากมาย

ระดับมัธยมศึกษา

โรงเรียนมัธยมศึกษาในนิวซีแลนด์ ประมาณ 400 แห่ง ทั้งโรงเรียนของรัฐบาล กึ่งรัฐบาล และเอกชน โรงเรียนแต่ละแห่งสามารถจัด
หลักสูตรการเรียนการสอนเอง แต่ต้องได้รับการรับรองคุณภาพจาก New Zealand Qualification Authority (NZQA) หลักสูตร
และมาตรฐานการศึกษาจึงคล้ายคลึงกัน และมีจุดประสงค์เดียวกันคือ เตรียมความพร้อมให้นักเรียนเพื่อสอบให้ได้ประกาศนียบัตรระดับ
มัธยมศึกษาที่รัฐบาลกำหนด นักเรียนทุกคนเมื่อจบระดับ Year 11 (ม.5) จะต้องสอบไล่ข้อสอบกลางของประเทศ เพื่อรับประกาศนียบัตร
เรียกว่า NCEA certificate level 1 (National Certificate of Educational Achievement) และเมื่อเรียนจบ Year 12 (ม.6) ต้องสอบข้อสอบที่โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเพื่อรับ NCEA Certificate Level 2 ดังนั้นการเลือกโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

โรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่ จะรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนใน Year 9 (ม.3 อายุ 13 ปี) บางโรงเรียนรับตั้งแต่ Year 7 (ม.1) นักเรียนระดับ
Year 9-10 ถือเป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนจะเรียนวิชาบังคับพื้นฐาน อาทิ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา พลศึกษา ดนตรี ศิลปะ ส่วนวิชาเลือกจะมี คหกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ นักเรียนระดับ Year 11-12 ถือเป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะมีวิชาเลือกตามความถนัดมากขึ้น และมีวิชาบังคับน้อยลง วิชาบังคับคือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์

การจัดสอบ NCEA Certificate ทั้ง Level 1-2 จัดสอบโดยกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับนักเรียนที่ต้องการวุฒิมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 (ม.6) สามารถใช้ NCEA Certificate Level 2 มาเทียบวุฒิ ม.6 หรือ นักเรียนสามารถเรียนต่อชั้น Year 13 เพื่อสอบ NCEA Certificate Level 3 และใช้ผลการสอบสมัครเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนต่างชาติก็สามารถเข้าสอบได้

นักเรียนใน Year 11-12-13 ควรเลือกวิชาที่เป็นพื้นฐานของกาเรียนในระดับปริญญาตรีที่ตนสนใจ เช่น สนใจเรียนปริญญาตรีด้านธุรกิจ ก็ควรเลือกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สถิติ การบัญชี เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ส่วนนักเรียนที่จะเรียนด้านวิทยาศาสตร์ ก็ควรเลือกเรียนวิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา เป็นต้น

ข้อควรระวัง

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เพราะโรงเรียนมีสิทธิ์ส่งตัวนักเรียนกลับประเทศไทยได้ทันที

การสมัครเรียน

สมัครเข้าเรียนต่อจากชั้นสูงสุดที่จบจากประเทศไทยได้เลย และสมัครเข้าเรียนได้ทุกเทอม นักเรียนที่ต้องเลื่อนชั้นต้องเข้าเรียนต้น
เทอม 2 ทางโรงเรียนจะพิจารณารับนักเรียนเข้าเรียนจากผลการเรียน อายุ พื้นฐานภาษาอังกฤษ แต่การรับนักเรียนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละโรงเรียน

ภาคการศึกษา

ภาคเรียนแบ่งเป็น 4 เทอม โดยระหว่างเทอมจะปิดให้นักเรียนพักอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โรงเรียนมัธยมถูกกำหนดให้มีการสอนไม่น้อยกว่า
190 วัน ต่อปีการศึกษา

เทอม 1 :       กุมภาพันธ์ – เมษายน
เทอม 2 :       เมษายน – มิถุนายน
เทอม 3 :       กรกฎาคม – กันยายน
เทอม 4 :       ตุลาคม – ธันวาคม

สถาบันโพลีเทคนิค

คือ สถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปิดให้การศึกษาอบรมสายอาชีพ เน้นด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจ และการพาณิชย์ มีสาขาวิชา ให้เลือกมากถึง 150 สาขา มีหลักสูตรตั้งแต่ประกาศนียบัตร อนุปริญญา จนถึงปริญญาตรี และสามารถโอนหน่วยกิต เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยได้ โพลีเทคนิคทั้งหมดมี 22 แห่ง กระจายอยู่ 15 แห่งในเกาะเหนือ และ 7 แห่งในเกาะใต้  นอกจากนี้โพลีเทคนิคยังมีการอบรมหลักสูตรสั้นๆ (Short Courses) และหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษอีกด้วย

คุณสมบัติของผู้สมัครจากประเทศไทย
  1. อายุ 18 ปี ขึ้นไป
  2. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 GPA 2 – 2.5
  3. สอบ TOEFL ได้คะแนนอย่างต่ำ 500 หรือ IELTS 5.0

ภาคการศึกษา

เปิดสอนเดือนกุมภาพันธ์ – ธันวาคม โดยมีวันหยุดในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคม ส่วนใหญ่เปิดรับนักศึกษาใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์
และกรกฎาคม

มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในประเทศมีด้วยกันทั้งหมด 8 แห่ง และเป็นของรัฐบาลทั้งหมด มหาวิทยาลัยเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
โดยอยู่ที่เกาะเหนือ 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่

  1. University of Auckland อยู่ที่เมือง Auckland
  2. Massey University อยู่ที่เมือง Palmerston North
  3. Victoria University of Wellington อยู่ที่เมือง Wellington
  4. University of Waikato อยู่ที่เมือง Hamilton
  5. Auckland University of Technology อยู่ที่เมือง Auckland เดิมชื่อ AIT (Auckland Institute of Technology)

          เกาะใต้ มี 3 มหาวิทยาลัย คือ

  1. University of Canterbury อยู่ที่เมือง Christchurch
  2. Lincoln University อยู่ที่เมือง Christchurch
  3. University of Otago อยู่ที่เมือง Dunedin

มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตร ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรประกาศนียบัตร และอนุปริญญาด้วย

คุณสมบัติของผู้สมัครจากประเทศไทย

ระดับปริญญาตรี

  1. นักศึกษาจบชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากทบวงมหาวิทยาลัยของประเทศไทย สามารถสมัครเข้าเรียนต่อในระดับ
    ปริญญาตรีได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียน Foundation Studies แต่ถ้านักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะต้องเข้าเรียนหลักสูตร
    Foundation Studies Programme ก่อน หรือมิฉะนั้นก็เข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาใน Year 13 หรือเลือกเรียนหลักสูตรอนุปริญญาในวิทยาลัยอาชีวศึกษา 2 ปี เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 แล้วจึงสมัครเรียนต่อปริญญาตรี
  2. คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 หรือ IELTS 5.5
ระดับปริญญาเอก
  1. สำเร็จปริญญาตรี/โท
  2. คะแนน TOEFL 600 หรือ IELTS 6.0 – 6.5
  3. บางสาขาวิชาจะต้องมีประสบการณ์การทำงาน
  4. เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0
  5. เอกสารชี้แจงวิทยานิพนธ์ พร้อมประวัติส่วนตัว

ภาคการศึกษา

  1. ระบบเทอม มี 3 เทอม คือ มีนาคม – พฤษภาคม, มิถุนายน – สิงหาคม, กันยายน – พฤศจิกายน
  2. ระบบภาคเรียน (Semester) มี 2 ภาค คือ มีนาคม – มิถุนายน, กรกฎาคม – พฤศจิกายน

วันหยุดภาคฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีวันหยุดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ในระหว่างเทอมหรือ ระหว่างภาค โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาใหม่ช่วงต้นปีการศึกษาในเดือนมีนาคม มีบางมหาวิทยาลัยที่เปิดรับนักศึกษาใหม่กลางปี คือ ในเดือนกรกฎาคม แต่รับเฉพาะบางสาขาเท่านั้น

สถาบันสอนภาษา

มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เป็นของเอกชน และที่ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัย หรือโพลีเทคนิค เปิดสอนหลักสูตรทั้งระยะสั้น (ต่ำกว่า 12 สัปดาห์) และระยะยาว คือ 1 ปี ใช้วิธีการสอนที่ทันสมัย เปิดรับนักศึกษาใหม่ตลอดทั้งปี
การเข้าเรียนภาษาอังกฤษในสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย มิได้หมายความว่าจะได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ ทันทีเมื่อจบหลักสูตร นักศึกษาทุกคนต้องสอบให้ได้คะแนน TOEFL หรือ IELTS อย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดจึงจะดำเนินการสมัครต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน

ระดับมัธยมศึกษา

  1. ใบรับรองผลการเรียน หรือใบรายงานผลการศึกษาชั้นสูงสุดที่มี จดหมายรับรองจากสถาบันที่เรียนอยู่ หรือที่จบมา
ระดับอุดมศึกษา
  1. ใบรองรองผลการเรียน (Transcript)
  2. ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS
  3. จดหมายรับรองจากสถาบันที่ศึกษาอยู่หรือที่จบมา หรือจากสถานที่ที่ทำงานอยู่

ปริญญาเอก

  1. ใบรับรองผลการเรียน (Transcript)
  2. จดหมายแนะนำจากอาจารย์
  3. จดหมายเรียงความประวัติส่วนตัว และเหตุผลที่ต้องการศึกษา
  4. ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS เรียนภาษาอังกฤษ
  5. ต้องแสดงวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า
ทุนการศึกษา

เกือบทุกมหาวิทยาลัยจะมีทุนค่าเล่าเรียน หรือค่าวิจัยให้แก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น  นักศึกษาสามารถขอทุนการศึกษา
ได้หลังจากไปเรียนแล้ว และมีผลการเรียนดีตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่

ทุน NZAID

  1. เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ให้แก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการศึกษาในระดับปริญญาโท และเอก
  2. เป็นที่ให้เปล่าไม่ต้องใช้คืน
  3. ทุนนี้รวมค่าเครื่องบิน อาหาร ที่พัก หนังสือ

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.nzvcc.ac.nz

การทำงานระหว่างเรียน

นักศึกษาระดับโพลีเทคนิค และมหาวิทยาลัยที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป สามารถขอทำงานได้ แต่ควรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนและต้องมีจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยด้วย ยื่นขออนุญาตได้ที่ New Zealand
Immigration Service

การย้ายสถานศึกษา

ทุกครั้งที่นักเรียนย้ายสถานศึกษา นักเรียนต้องแจ้งให้กองตรวจคนเข้าเมืองรับทราบโดยด่วน และต้องส่งหนังสือรับรองจากสถาบันเดิม
และสถาบันใหม่ไปที่ Student Section Immigration Division, Department of Labour, Private Bag, Wellington

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ประมาณเดือนละ 250 – 400 เหรียญนิวซีแลนด์ โดยสรุปแล้วค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
รวมประมาณปีละ 10,000 – 12,000 เหรียญนิวซีแลนด์
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น

ค่ารถ

1.00

เหรียญนิวซีแลนด์หรือมากกว่า

ค่าอาหาร

5.00 – 35.00

เหรียญนิวซีแลนด์

ค่าชมภาพยนตร์

6.00 – 10.00

เหรียญนิวซีแลนด์

ค่าแสตมป์

1.00 – 1.80

เหรียญนิวซีแลนด์

ค่าตัดผม (ผู้หญิง)

20.00

เหรียญนิวซีแลนด์

ค่าตัดผม (ผู้ชาย)

15.00

เหรียญนิวซีแลนด์

โค้ก 1 กระป๋อง

1.00

เหรียญนิวซีแลนด์

น้ำผลไม้

1.30

เหรียญนิวซีแลนด์

การประกันสุขภาพ

เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลที่ประเทศนิวซีแลนด์ค่อนข้างสูง นักเรียนนักศึกษาทุกคนควรทำประกันสุขภาพในขณะศึกษาที่นิวซีแลนด์
การประกันสุขภาพ สามารถทำได้ก่อนการเดินทาง ซึ่งการคุ้มครองจะเริ่มตั้งแต่วันออกเดินทาง เอกสารพร้อมใบสมัครประกันสุขภาพของ
นักเรียนสามารถขอรับได้ที่สถานทูตนิวซีแลนด์แผนกการศึกษาในบางหลักฐานจะระบุให้นักเรียนทำประกันสุขภาพเพื่อประกอบการขอวีซ่า
ด้วย

 



   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)