Study in Canada | ข้อมูลศึกษาต่อประเทศแคนาดา
ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วยสถาบันการศึกษาทั้งของภาครัฐและเอกชน มีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยทุกแห่งของแคนาดานั้นได้รับการรับรองจาก ก.พ. ในแต่ละมณฑลจะมีระบบการศึกษาของตนเอง ระบบการศึกษาในแต่ละมณฑลจึงแตกต่างกัน แต่มาตรฐานโดยรวมจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐบาลกลางของแคนาดา
แคนาดา แบ่งระดับการศึกษาดังนี้
- ระดับอนุบาล
- ระดับประถมศึกษา
- ระดับมัธยมศึกษา
- ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
- มหาวิทยาลัย (University)
- วิทยาลัย (University College)
- วิทยาลัยอาชีวะ (Community College)
- วิทยาลัยฝึกอาชีพ ( Career College)
- การศึกษาภาคปฏิบัติ (Co - op Education)
* หลักสูตร MBA
- สถาบันสอนภาษา (English Language Institutions)
การเข้าศึกษาต่อประเทศแคนาดา
- การสมัครเข้าศึกษา
- ปีการศึกษา
- เอกสารสำคัญในการสมัครเข้าศึกษา
การศึกษาขั้นพื้นฐานของแคนาดา
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ระดับอนุบาล
เด็กชาวแคนาดาเริ่มเข้าเรียนในระดับอนุบาลเมื่อมีอายุ 4 หรือ 5 ขวบ โดยใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 1-2 ปี
ระดับประถมศึกษา
เด็กทุกคนจะเริ่มเรียนเกรดหนึ่งเมื่อมีอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งจะจบการศึกษาสูงสุดในระดับประถมศึกษาที่เกรด 6 ,7 หรือ 8 ขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตรของแต่ละมณฑล
ระดับมัธยมศึกษา
ในระดับมัธยมศึกษานั้นจะมีถึงเกรด 12 ยกเว้นในมณฑลควิเบค และมณฑลออนตาริโอ ซึ่งอาจจะมีถึงเกรด 13 แต่สำหรับนักเรียน ซึ่งเรียนจบในระดับชั้นเกรด 13 เมื่อเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีก็จะใช้เวลาศึกษาเพียง 3 ปีเท่านั้น สำหรับหลักสูตรของมณฑลอื่นๆ จะใช้เวลาในการเรียนระดับปริญญาตรี 4 ปี
นอกจากนี้ในมณฑลควิเบค ยังมีระบบการศึกษาอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ซีเจ็ป(Cegep) ซึ่งเป็นชื่อย่อของวิทยาลัยเพื่อการศึกษาทั่วไปและวิชาชีพ เป็นรูปแบบการศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้เรียนจบม. 5 (เกรด 12) เพื่อเข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โดยใช้ผลสอบสมัครเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย
การศึกษาระดับอุดมศึกษา
ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
การศึกษาในระดับอุดมศึกษา หมายถึง การศึกษาในระดับที่สูงกว่าระดับมัธยมศึกษา ประกอบไปด้วย สถาบันการศึกษาดังต่อไปนี้ คือ
มหาวิทยาลัย (University)
ในประเทศแคนาดานั้นมีจำนวนมหาวิทยาลัยของรัฐมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรต่างๆทั้ง ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ การเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยนั้น โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้า แต่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จะกำหนดกฏเกณฑ์และมาตรฐานในการรับนักศึกษาเป็นของตัวเอง
หลักสูตรปริญญาตรี
หลักสูตรปริญญาตรีใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 3 - 5 ปี และบางมหาวิทยาลัยจะมีปริญญาตรี 2 ประเภท คือ
- ปริญญาตรีแบบทั่วไป (Ordinary Degree) ซึ่งจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 3 ปี
- ปริญญาตรีแบบเกียรตินิยม (Honours Degree) ซึ่งจะมีจำนวนหน่วยกิตมากกว่าแบบ Ordinary Degree และจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท
หลักสูตรปริญญาโท
ใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 1 ปีครึ่ง - 2 ปี ขึ้นอยู่กับสถาบันและวิชาพื้นฐานของแต่ละหลักสูตร ที่จะต้องเรียนหรือต้องสอบ
หลักสูตรปริญญาเอก
ใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 2 ปีหลังปริญญาโท หรือ 3 ปีหลังปริญญาตรีแบบเกียรตินิยม (Honour Degree) แต่โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาประมาณ 3 - 5 ปี หลังจากจบปริญญาโท โดยเป็น Coursework ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์
วิทยาลัย (University College)
หลักสูตรการเรียนการสอนจะใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัย แต่จะเน้นด้านภาคปฏิบัติ ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 - 3 ปี โดยมีจุดประสงค์ที่จะผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงาน ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรเทียบเท่าอนุปริญญา ซึ่งนักศึกษาสามารถใช้โอนเข้าศึกษาต่อยังระดับมหาวิทยาลัยได้
วิทยาลัยอาชีวะ (Community College)
เปิดสอนหลักสูตรทางด้านวิชาชีพและทางด้านเทคนิค โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 2- 3 ปี ครอบคลุมทักษะวิชาชีพที่สำคัญๆ เช่น ก่อสร้าง, การพาณิชย์, อุตสาหกรรมและการบริการ เป็นต้น
วิทยาลัยฝึกอาชีพ ( Career College)
เป็นวิทยาลัยเอกชนซึ่งเปิดหลักสูตรอบรมวิชาชีพในสาขาอาชีพต่างๆ เช่น เลขานุการคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
การศึกษาภาคปฏิบัติ (Co - op Education)
การศึกษาภาคปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา โดยทางสถาบันการศึกษาดำเนินการร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยมีระยะเวลาในการฝึกงานประมาณ 2 ภาคการศึกษาก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา
สถาบันสอนภาษาอังกฤษ (English Language Institutions)
เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส จึงมีโรงเรียนซึ่งสอนทั้ง 2 ภาษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่มากมายเรียกว่า English as a Second Language (ESL) ซึ่งสอนภาษาอังกฤษ และ French as a Second Language (FSL) ซึ่งสอนภาษาฝรั่งเศส โรงเรียนเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วแคนาดา ซึ่งจะมีสอนทั้งหลักสูตรธรรมดา และหลักสูตรเฉพาะ เช่น ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ (Academic Purpose) เป็นต้น
นอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วไปๆก็เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ (ESL) และ ภาษาฝรั่งเศส (FSL) เช่นเดียวกัน
สำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งสองภาษาก็ได้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน
หลักสูตร MBA ในแคนาดา
โดยปกติแล้วหลักสูตร MBA ในประเทศแคนาดาจะใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี (สำหรับการเรียนตามปกติ) และยังมีหลักสูตร MBA สำหรับนักศึกษา part-time ด้วย
คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร
- จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีโดยมีเกรดเฉลี่ยอย่างต่ำ 3.00
- ได้คะแนน GMAT 500-600
- ได้คะแนนสอบ TOEFL ระหว่าง 550-600
- มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
- Resume
- Personal essays
- Letters of reference
- Interviews
คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักเกณฑ์โดยทั่วไปสำหรับผู้ที่ต้องการจะศึกษาในหลักสูตร MBA ใน ประเทศแคนาดา แต่มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจากคุณสมบัติข้างต้น เช่น บางแห่งอาจยอมรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ ในการทำงานเพียง 1 ปี เป็นต้น
การเรียนภาษาอังกฤษในแคนาดา
นักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ของประเทศแคนาดาควรจะลงเรียนปรับพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษเสียก่อน โดยทั่วไปหลักสูตรภาษาอังกฤษจะมีระยะเวลาการเรียนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน หรืออาจจะมากกว่านั้น สำหรับนักศึกษาที่ลงเรียนในหลักสูตรที่มีระยะเวลา 3 เดือนสามารถขอวีซ่านักท่องเที่ยวได้
หลักเกณฑ์ทั่วไป
- มีจดหมายตอบรับการเข้าเรียนในหลักสูตรนั้นๆจากทางโรงเรียน (Letter of Acceptance)
- สำหรับหลักสูตรที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไปนักศึกษาจะต้องทำการตรวจสุขภาพด้วย
- ในกรณีที่นักศึกษาลงเรียนในหลักสูตรที่มีระยะเวลามากกว่า 3 เดือน นักศึกษาจะต้องขอวีซ่า นักเรียน
การสมัครเข้าศึกษาต่อประเทศแคนาดา
การสมัครเข้าศึกษา
ในระดับปริญญาตรี นักศึกษาควรสมัครเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัยก่อน โดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นจึงโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัยที่ทางวิทยาลัยมีโปรแกรมร่วมกัน และเรียนต่ออีก 2 - 3 ปีก็จะสำเร็จหลักสูตรในระดับปริญญาตรี ซึ่งวิธีนี้จะทำได้ง่ายกว่าการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการสมัครที่ยุ่งยากกว่า
ในระดับปริญญาโท นักศึกษาควรจะมีผลการเรียนในระดับปริญญาตรีโดยเฉลี่ย 3.00 คะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL 500 - 600 คะแนน หรือ IELTS 6 - 6.5 ในกรณีที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด นักศึกษาอาจลงเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมศึกษาต่อในระดับปริญญาโท หรือลงเรียนหลักสูตรอนุปริญญาโท (Graduate Diploma) แล้วโอนหน่วยกิตเพื่อเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทต่อไป
การศึกษาในระดับปริญญาเอก ส่วนมากจะเป็นการศึกษาแบบทำวิทยานิพนธ์ ใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 3 ปีขึ้นไป นักศึกษาจะต้องสอบถามกับทางสถานศึกษาที่ต้องการไปศึกษาว่ามีอาจารย์หรือ Advisor ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาในสาขาที่เราต้องการทำวิทยานิพนธ์หรือไม่
ปีการศึกษา
ปีการศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เดือนกันยายน - ธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 (Fall Semester) เดือนมกราคม - เมษายน สำหรับช่วงวันหยุดภาคฤดูร้อน คือ เดือน พฤษภาคม - สิงหาคม ซึ่งมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจเปิดสอนในช่วงภาคฤดูร้อนด้วย
เอกสารสำคัญในการสมัครเข้าศึกษา
1. หลักฐานทางการศึกษาภาษาอังกฤษฉบับจริง (Official Transcript)
2. จดหมายรับรองของอาจารย์ผู้สอนหรืออาจารย์ที่ปรึกษา 2-3 ท่าน (Letter of Recommendation)
3. หลักฐานการเงินของผู้ปกครอง(Financial Statement)
4. ใบรับรองสุขภาพจากแพทย์
5. เรียงความประวัติส่วนตัวของนักเรียน ทั้งประวัติการศึกษาที่ผ่านมา และโครงการศึกษาต่อในแคนาดา ความตั้งใจ เป้าหมายการศึกษา
6. รูปถ่ายของนักเรียน
7. สำเนาผลการสอบต่างๆ เช่น TOEFL, GMAT เป็นต้น อย่างละ 1 ฉบับ
|