ข้อมูลศึกษาต่อ
 
ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศนิวซีแลนด์
ประเทศอเมริกา
ประเทศอังกฤษ
ประเทศแคนาดา
ค้นหาสถาบัน (5 ประเทศ)


Study in Australia | ข้อมูลศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย




ระบบการศึกษาประเทศออสเตรเลีย ระบบการศึกษาของออสเตรเลีย แบ่งได้เป็น 5 ส่วน ตั้งแต่การศึกษาระดับ

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ เพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านภาษาแก่นักเรียนต่างชาติเพื่อศึกษาต่อในหลักสูตรระดับต่างๆ
ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับเพื่อเข้าศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาหรือสายสามัญศึกษา ระดับอุดมศึกษา
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเตรียมให้นักเรียนต่างชาติมีความพร้อมในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศออสเตรเลีย
อาชีวศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อฝึกอบรมให้นักเรียนมีความพร้อมในการเข้าทำงาน
การศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความเป็นมืออาชีพและพัฒนาความเป็นปัญญาชน

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ (ELICOS)

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ เรียกว่า ELICOS ซึ่งย่อมาจาก English Language Intensive Course for
Overseas Students เป็นหลักสูตรเพื่อให้นักเรียนต่างชาติได้พัฒนาภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน การศึกษาต่อ หรือใช้
ในการทำงาน หลักสูตรภาษาอังกฤษหลายหลักสูตรได้รับการออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของผู้เรียนทุกรูปแบบ

นอกจากภาษาอังกฤษทั่วไปทุกระดับตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับสูงแล้ว ยังมีหลักสูตรที่ปรับเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการศึกษา ต่อในสาขาวิชาเฉพาะด้าน หรือเป็นหลักสูตรที่จัดให้มีกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งควบคู่กันไปกับการเรียนภาษาอังกฤษ

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติเปิดสอนในมหาวิทยาลัย สถาบันอาชีวศึกษา และฝึกอบรม วิทยาลัยเอกชน และสถาบันภาษาของเอกชน ซึ่งตั้งอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมืองของทุกๆ รัฐ เปิดสอนตลอดปี เรียนเต็มเวลาได้ตั้งแต่
2 – 48 สัปดาห์ การเรียนภาษาอังกฤษไม่ต้องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะในการสมัครเข้าเรียน

สถาบันสอนภาษาจะทำการทดสอบเพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถด้านภาษาของนักศึกษาแต่ละคนก่อนเข้าเรียน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้จัดชั้นเรียนและหลักสูตรให้เหมาะสมกับพื้นฐานความรู้
การดำเนินงานของสถาบันภาษาทุกแห่งจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแล และการรับรองคุณภาพจาก NEAS (National
ELT Accreditation Scheme) หรือ English Australia

สถาบันภาษาเปิดสอนหลายหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเลือกเรียน ดังนี้

  • ภาษาอังกฤษทั่วไป
  • ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ
  • ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ
  • ภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เชิงวิชาชีพ
  • ภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษา

คะแนนภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสมัครเข้าเรียน

ระดับการศึกษา

IELTS

TOEFL

แบบข้อเขียน

แบบคอมพิวเตอร์

มัธยมศึกษา

5.0 – 5.5

500 – 525

173 – 195

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

5.5 – 6.5

525 – 550

195 – 213

วิทยาลัยเอกชน

5.5

525

195

วิทยาลัย TAFE

5.5

550

195

มหาวิทยาลัย

6.0 – 7.0

550 – 600

213 – 250



การศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา (Primary and Secondary Education)

การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในออสเตรเลียอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละรัฐ มีทั้งดำเนินการโดยรัฐบาล องค์กร
เอกชน และองค์กรศาสนา โรงเรียนมีระบบและหลักสูตรการศึกษาเหมือนกันในระดับชาติ แต่การกำหนดอายุการศึกษาระดับโรงเรียน
ระหว่างรัฐ อาจมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย  นักเรียนที่เรียนระดับประถมศึกษาต้องมีอายุตั้งแต่ 6 – 11 ปี หรือ 12 ปี เรียนชั้นปีที่
1 – 6 หรือ 7 เด็กที่เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาต้องมีอายุ 11 – 15 ปี หรือ 12 – 16 ปี เรียนชั้นปีที่ 7 หรือ 8 – 10 หลักจากนั้น
นักเรียนสามารถเลือกเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีที่ 11 และ  12 ซึ่งเป็นข้อกำหนดในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
โรงเรียนในออสเตรเลียมีทั้งโรงเรียนรัฐบาล และเอกชน โรงเรียนรัฐบาลเป็นประเภทไป-กลับ

ส่วนโรงเรียนเอกชนมีทั้งไป-กลับ และโรงเรียนประจำ นอกจากนี้ยังแบ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วน หรือสหศึกษา โดยทั่วไป จะเริ่มรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียน ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 7 ซึ่งเท่ากับมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้นไป

สำหรับในระดับประถมศึกษา โรงเรียนจะพิจารณารับนักเรียนเป็นรายๆ ไป นักเรียนต่างชาติที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี รัฐบาลออสเตรเลีย
กำหนดให้มี ผู้ปกครองดูแล (Guardian) ซึ่งอาจจะเป็นญาติพี่น้อง หรือคนที่รู้จักที่อยู่ที่นั่น ถ้าไม่มีญาติพี่น้องทางโรงเรียนที่นักเรียนสมัครเข้าเรียนจะช่วยจัดหาผู้ปกครองให้โดยต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าเรียนในโรงเรียนประจำก็จะมีอาจารย์ในโรงเรียนเป็นผู้ดูแลแทน

ระดับมัธยมศึกษาแบ่งออกเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 7 – 10 หรือเทียบเท่า ม.1 – ม.4 ของไทย และมัธยมศึกษา
ตอนปลาย เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 11 – 12 หรือเทียบเท่า ม.5 – ม.6 ของไทย หน่วยการศึกษาของแต่ละรัฐจะจัดหลักสูตรหรือเพิ่มเติม
วิชาเรียน ทั้งนี้ต้องยู่ในความเห็นชอบจากรัฐบาล มาตรฐานของหลักสูตรจะอยู่ในระดับที่ดี ทัดเทียมกันในทุกรัฐ โดยจัดให้มีการสอบมาตรฐานสำหรับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายรายวิชาที่บรรจุอยู่หลักสูตรระดับมัธยมศึกษาโดยทั่วไป ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศิลปศึกษา คอมพิวเตอร์ สุขศึกษา การสื่อสาร เป็นต้น

โดยทั่วไปนักเรียนจะเลือกเรียนวิชาหลักๆ  4 – 5 วิชา ซึ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกันกับสาขาวิชาในระดับอุดมศึกษา ผลการเรียนที่ได้
ในระดับชั้นปีที่ 11 และ 12 มีความสำคัญมากในการเลือกสาขาที่ต้องการเรียนในมหาวิทยาลัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่มีระบบการสอบเข้าที่เรียกว่า Entrance Examination การรับนักเรียนเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย จึงกำหนดจากคะแนนเฉลี่ย ระหว่างการสอบปลายภาค ที่จะขึ้นโดยคณะกรรมการการศึกษากลางของรัฐและคะแนนประเมินผลจากโรงเรียน

ภาคการศึกษาของโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นักเรียนจะเรียนประมาณ 10 สัปดาห์ แบ่งออกเป็น 4 เทอม คือ
เทอมที่ 1  เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายน
เทอมที่ 2  เริ่มต้นสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน จนถึงปลายสัปดาห์ที่สี่ของเดือนมิถุนายน
เทอมที่ 3  เริ่มกลางเดือนกรกฎาคม ถึงสิ้นสุดสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน
เทอมที่ 4  เริ่มประมาณต้นเดือนตุลาคม ถึงสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคม

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Foundation Studies)

เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนต่างชาติที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ ก่อนเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศออสเตรเลีย โดยใช้เวลาในการเรียนตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี เนื้อหาของหลักสูตรมาจากหลักสูตรชั้นปีที่ 11 และ 12 บวก วิชาพื้นฐานในสาขาที่นักเรียนต้องการเรียน ในระดับปริญญาตรี เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ บัญชี สังคมและประวัติศาสตร์ เป็นต้น หลักสูตรนี้แบ่งออกเป็นสายศิลป์ สายวิทย์และธุรกิจ ก่อนเข้าเรียนนักเรียนต้องจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (เกรดเฉลี่ยดีเยี่ยม) หรือมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช. (เกรดเฉลี่ยไม่ควรต่ำกว่า 2.5) และมีผลคะแนนสอบ IELTS หรือ TOEFL ตามที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดไว้ เมื่อนักเรียนสอบผ่านทุกวิชาของหลักสูตรและได้คะแนน ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ก็สามารถจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้เลย

สำหรับนักศึกษาไทยที่เรียนจบชั้นปีที่ 1 ในระดับปริญญาตรีในประเทศไทยแล้ว สามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้โดยไม่ต้องเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยปกติหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเปิดสอนในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนบางแห่ง และเปิดรับนักเรียน 2 ครั้งต่อปี คือ ประมาณ
เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม

อาชีวศึกษาและการฝึกอบรม (Vocational Education and Training)

สถาบันอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมดำเนินการสอนหลากหลายหลักสูตรในคุณวุฒิระดับต่างๆ  ซึ่งเป็นที่ยอมรับในสถานประกอบการ หลักสูตรอาชีวศึกษาส่วนใหญ่เน้นการปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี คุณวุฒิที่ได้รับสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือเพื่อประกอบการศึกษาต่อหรือเพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะตัว หลักสูตรต่างๆ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรม และตลาดแรงงาน หลักสูตรระดับนี้เปิดสอนโดยสถาบันของรัฐบาล เรียกว่า วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Education - TAFE) และวิทยาลัยเอกชน ซึ่งตั้งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ เปิดสอนหลากหลายหลักสูตร ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี ได้แก่ ธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ การออกแบบ การก่อสร้าง วิศวกรรม เกษตรกรรม แฟชั่น การเพาะปลูก ทัศนศิลป์ แอนนิเมชั่น มัลติมีเดีย คอมพิวเตอร์ การโรงแรม และการท่องเที่ยว ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรต่อเนื่องกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาได้มี โอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้เลย

วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (College of Technical and Further Education)

วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องที่เรียกกันย่อว่า เทฟ (TAFE) เป็นสถาบันที่จัดดำเนินการฝึกอบรมด้านอาชีวศึกษาของรัฐบาลในประเทศออสเตรเลีย มีบทบาทหน้าที่ในการฝึกทักษะเฉพาะด้านให้แก่ชาวออสเตรเลียและชาวต่างชาติ เพื่อให้มีงานทำทั้งในประเทศออสเตรเลียและต่างประเทศ สถาบันเปิดสอนหลากหลายหลักสูตรในระดับตั้งแต่ประกาศนียบัตร อนุปริญญา และอนุปริญญาชั้นสูง ระบบ TAFE เป็นระบบอาชีวศึกษาของรัฐบาลที่ได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ และเป็นการจัดรูปแบบของการฝึกอบรมให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต สถาบัน TAFE เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในออสเตรเลีย เพื่อเตรียมฝึกนักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งในเชิงทักษะ และความรู้ที่ใช้ในการทำงานเป็นหลักสูตรที่เน้นการฝึกอบรมในภาคปฏิบัติด้านวิชาชีพ

วิทยาลัยเอกชน (Private Colleges)

วิทยาลัยเอกชนเปิดสอนหลายสาขาวิชา ตั้งแต่ระยะเวลา 6 เดือน ถึง 2 ปี ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ I – IV และอนุปริญญา วิทยาลัยเอกชนบางแห่งเปิดสอนสาขาวิชาเฉพาะทาง เช่น วิทยาลัยการโรงแรม และการท่องเที่ยว การบิน ศิลปะการออกแบบ เป็นต้น วิทยาลัยเอกชนตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น เพิร์ธ บริสเบน อะดิเลด แคนเบอร์ร่า ทุกแห่งได้รับการรับรองวิทยฐานะจากรัฐบาล นอกจากนี้หากหลักสูตรใดของวิทยาลัยได้รับการรับรองจากสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำให้เป็นที่เชื่อถือมากยิ่งขึ้น หลักสูตรในวิทยาลัยเอกชนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษและวิชาชีพ เพิ่มเติม หลักจากจบปริญญาตรีมาแล้ว เนื่องจากระยะเวลาเรียนสั้น เน้นการปฏิบัติ
หลักสูตรอาชีวศึกษาทั่วๆ ไปแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ดังนี้

  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 – 4 (Certificate I – IV) เป็นหลักสูตรวิชาชีพขั้นพื้นฐาน เน้นความรู้และทักษะระดับปฏิบัติงานระยะเวลาหลักสูตรเริ่ม ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 เป็นการปู
    พื้นฐานงาน แต่ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 4 จะเรียนลึกกว่า โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะสำหรับหัวหน้างาน
  • อนุปริญญา (Diploma) เป็นหลักสูตรที่วางพื้นฐานสำหรับเตรียมนักศึกษาเข้าสู่ภาค     อุตสาหกรรม ใช้เวลาเรียน 1 – 2 ปี หลายหลักสูตรมีการเชื่อมโยงกับหลักสูตรระดับปริญญาตรี และอาจได้รับโอนหน่วยกิตได้สูงสุด 1 ปี บางมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรระดับนี้เช่นกัน
  • อนุปริญญาชั้นสูง (Advance Diploma) หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าสูงกว่าตำแหน่งหัวหน้างาน
    ในเวลาเรียน 2 – 3 ปี สามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีได้ นักศึกษาที่มีผล IELTS ประมาณ 5.5 หรือ
    TOEFL ประมาณ 525 สามารถสมัครเข้าเรียนได้เลยถ้าไม่มีก็สามารถสมัครเรียนภาษาอังกฤษก่อนในสถาบันนั้นๆ โดยไม่
    ต้องสอบ IELTS หรือ TOEFL ถ้าเรียนภาษาถึงเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ โดยสถาบันจะวัดผลจากการเรียนภาษาอังกฤษของ
    สถาบันเอง
โดยปกติสถาบัน TAFE ส่วนใหญ่ เปิดรับสมัครนักศึกษาเพื่อเข้าเรียนเดือนกุมภาพันธ์ บางสาขาวิชาเปิดรับเดือนกรกฎาคมด้วย ส่วนวิทยาลัยเอกชนเปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนหลายครั้งต่อปี

มหาวิทยาลัย (University)

ระดับอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาระดับสูงสุด ปัจจุบันออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัย รวมทั้งหมด 39 แห่งทั่วประเทศ มีคุณภาพได้มาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นดีของประเทศอังกฤษ และอเมริกา เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล 37 แห่ง และอีก 2 แห่งเป็นเอกชน ได้แก่ Bond University และ The University of Notre Dame, Australia ซึ่งก็ได้รับการรับรองวิทยฐานะ
เท่าเทียมกัน

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก มีบางแห่งเท่านั้นที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุปริญญาด้วย ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา อาทิเช่น วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ การแพทย์ และธุรกิจ นักศึกษาต่างชาตินิยมศึกษา
ด้านธุรกิจ การบริหาร และการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ
ในระดับมหาวิทยาลัยแบ่งระดับการศึกษาออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับปริญญาตรี (Undergraduate) และระดับบัณฑิตศึกษา
(Postgraduate)

การศึกษาระดับปริญญาตรี (Bachelor Degree)

ประเทศออสเตรเลียไม่มีระบบเอ็นทรานซ์ เพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย การรับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี พิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในกรณีที่เป็น นักเรียนต่างชาติ มหาวิทยาลัย กำหนดคุณสมบัติในการเข้าเรียนระดับปริญญาตรีของนักเรียนจากประเทศต่างๆ แตกต่างกันไป เช่น ในกรณีนักเรียนไทยที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และมีผลการเรียนดีเด่น บางมหาวิทยาลัยอาจรับพิจารณาเพื่อเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้เลย หลายสถาบันพิจารณารับนักศึกษาที่เรียนจบชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น นอกจากนี้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ ในออสเตรเลียไม่ยอมรับผลการสอบเทียบจากประเทศไทย หลายสถาบันเปิดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Foundation Studies) สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ โดยทั่วไปใช้เวลาในการเรียน 1 ปี

หากนักศึกษาสามารถสอบผ่านปีพื้นฐานตามที่กำหนดไว้ในสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ก็จะได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อ
ในมหาวิทยาลัยนั้น

ปริญญาตรีเกียรตินิยม (Bachelor with Honors)

ในกรณีที่นักศึกษามีผลการเรียนดีเยี่ยมในระดับปริญญาตรี ก็สามารถขอศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมได้โดยใช้เวลา
ศึกษาอีก 1 ปี รูปแบบของการเรียนปริญญาเกียรตินิยมประกอบด้วย ทั้งภาคบรรยาย และภาควิทยานิพนธ์ ในกรณีที่สามารถสอบได้ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจะได้รับรองคุณวุฒิให้เทียบเท่าปริญญาโท ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกได้เลย โดยไม่ต้องเรียนปริญญาโท

การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

ประกาศนียบัตรบัณฑิตศึกษา (Graduate Certificate)
เป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน เพื่อเสริมความรู้เฉพาะด้านมีหลากหลายสาขาให้นักศึกษาเลือกเรียน เช่น ผู้ที่สำเร็จปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจแล้วต้องการเรียนสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม หรือนักเรียนต่างชาติที่สมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม อาจให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในระดับนี้ เพื่อประเมินผลการเรียนก่อน

อนุปริญญาโท (Graduate Diploma)
เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษาใช้ระยะเวลาศึกษา ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีแล้วต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ในหลายมหาวิทยาลัย จัดหลักสูตรอนุปริญญาโท ให้เป็นหลักสูตรปีแรกของปริญญาโท หากนักศึกษาได้รับผลการเรียนดีก็สามารถผ่านเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้เลย หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแบบเข้าชั้นเรียน
ฟังคำบรรยาย และอาจมีการทำ Project หรือมีการฝึกภาคปฏิบัติในบางสาขาวิชา

ปริญญาโท (Master’s Degree)
การศึกษาระดับนี้ใช้ระยะเวลาศึกษา 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือกเรียน และรูปแบบการเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ

  • Coursework เป็นการเรียนแบบเข้าฟังคำบรรยาย
  • Research เป็นการเรียนแบบการทำวิทยานิพนธ์
  • Coursework and Research เป็นการเรียนแบบผสมทั้งภาคบรรยาย และการเขียนวิทยานิพนธ์ บางสถาบันอนุญาตให้นักศึกษาเลือกอัตราส่วนระหว่างการเรียนทั้งสองแบบ เช่น นักศึกษาอาจจะเลือก Coursework
    50%  และ Research 50% หรือ Coursework 70% Research 30% บางสาขาวิชาโดยเฉพาะ MBA รับผู้ที่สำเร็จปริญญาตรีสาขาใดก็ได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 1 – 2 ปี ในบางกรณีสำเร็จสาขาหนึ่งแล้ว ต้องการเรียนต่อปริญญาโทอีกสาขาหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยอาจให้ทดลองเรียน 1 ปีก่อน ซึ่งเรียกว่า “Master
    Qualifying” หรือ “Preliminary Program” เพื่อประเมินผลการเรียนว่าจะสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโทได้หรือไม่

ปริญญาเอก (Doctoral Degree)
ระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 – 5 ปี เป็นหลักสูตรวิจัยค้นคว้า คือ เขียนวิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียว ขณะนี้บางมหาวิทยาลัยพิจารณา
เพิ่มหลักสูตร Coursework เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนระดับปริญญาเอกนี้ด้วย แต่ยังเป็นส่วนน้อย ผู้ที่จะเรียนระดับปริญญาเอกควรเสนอโครงร่างการทำวิจัย เพื่อหาอาจารย์ที่สนใจหัวข้อการวิจัยและยอมรับเป็น Supervisor ให้ ดังนั้นจึงควรมีพื้นฐานการทำวิจัยในระดับปริญญาโทมาก่อน

ระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย
ปรัชญาการเรียนการสอนของออสเตรเลียมุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม และรู้จักค้นคว้าค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากระบบการเรียนการสอนของไทย ที่เรียนรู้โดยการท่องจำ นักศึกษาไทยที่ประสงค์จะไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย  จึงควรทำความเข้าใจ และปรับตัวให้เข้ากับระบบการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล

การบรรยาย (Lectures)
ก่อนเริ่มเรียนแต่ละวิชา อาจารย์ผู้บรรยายจะแจกโครงร่าง ซึ่งระบุเนื้อหาสาระของวิชาที่จะสอน และรายชื่อหนังสือประกอบการค้นคว้า
เรียกว่า Subject Outlines เพื่อนักศึกษาจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า โดยทั่วไปอาจารย์ผู้บรรยายจะอภิปรายเนื้อหา หัวข้อที่สอนจากตำราหลายเล่มและจากแนวคิดหลายแนว นักศึกษาจำเป็นต้องค้นคว้าอ่านหนังสือเล่มอื่นที่อาจารย์แนะนำด้วย ชั้นเรียนขนาดใหญ่บางชั้นมีนักศึกษาเป็นร้อย ชั้นเรียนขนาดเล็กบางชั้นมีแค่ 5 – 10 คน ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เปิดสอนว่า เป็นวิชาพื้นฐาน ภาคบังคับ หรือวิชาเลือก

การเรียนกลุ่มย่อยและการทดลอง (Tutorials and Laboratory Sessions)
บางวิชาอาจกำหนดให้มีการเรียนกลุ่มย่อย สัปดาห์ละครั้งนอกเหนือจากชั้นบรรยาย กลุ่มย่อยจะประกอบด้วยนักศึกษา 5 – 10 คน โดยมีอาจารย์ช่วยสอน (Tutor) เป็นผู้นำกลุ่ม 1 คน นักศึกษามีโอกาสซักถามข้อข้องใจ และทำความเข้าใจกับเนื้อหาวิชาวิชาในรายละเอียดให้มากขึ้นมีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตนเอง และฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจและแตกฉานในวิชานั้นๆ มากขึ้น สำหรับสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ นักศึกษาทุกคนจะต้องมีชั่วโมงบังคับ เรียกสั้นๆ ว่า “Prac” (Practicals) นักศึกษาจะขาดไม่ได้ในห้องปฏิบัติการจะมีเจ้าหน้าที่ (Laboratory Technicians) ให้ความช่วยเหลือ แนะนำการใช้อุปกรณ์ต่างๆ มีอาจารย์เป็นผู้สาธิตให้ดู (Demonstrators) และเป็นผู้ควบคุมการทดลอง

สัมมนา (Seminars)
การสัมมนาจะเป็นกลุ่มย่อยโดยเน้นเฉพาะหัวข้อย่อย ของเนื้อหาหลักที่สอนเท่านั้น

การค้นคว้าในห้องสมุด (Libraries)
เป็นหัวใจของการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เพราะเป็นแหล่งข้อมูลและความรู้ที่สำคัญที่สุดที่นักศึกษาต้องใช้ค้นคว้า การรู้วิธีการใช้ห้องสมุดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยทั่วไปนักศึกษาควรต้องค้นคว้าในห้องสมุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ
24 ชั่วโมง หรือวันละ 3 – 4 ชั่วโมง นักศึกษาควรถือคติว่า ถ้าว่างจากการเรียนเมื่อใดต้องไปห้องสมุด

การประเมินผล มีการประเมินผลจากองค์ประกอบหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
การสอบ (Examination)
การสอบมีหลายแบบอาจมีการสอบย่อย เรียกกันว่า Quiz ซึ่งอาจสอบเมื่อใดก็ได้ หรือสอบใหญ่กลางภาค และปลายภาค หรืออาจมีการสอบที่อนุญาตให้นักศึกษาสามารถนำตำราเข้าห้องสอบได้ เรียกว่า Open Book Exam หรือบางทีอาจารย์ให้ข้อสอบกลับไปทำที่บ้าน เรียกว่า Take Home Exam

การบ้าน (Homework or Assignments)
การทำ Homework หรือ Assignments ส่ง นักศึกษาจะได้คะแนนสะสมที่เรียกว่า คะแนนเก็บ เพื่อไปรวมกับ คะแนนผลสอบปลายเทอม

รายงาน (Essays)
การเขียนรายงานเป็นการฝึกทักษะการใช้ปัญญาฝึกให้นักศึกษารู้จักแยกแยะประเด็น วิเคราะห์ปัญหาอย่างมีหลักการ และเหตุผล รายงานจึงเป็นผลผลิตทางความคิดที่ใช้ประเมินความสามารถทางวิชาการของนักศึกษาที่นิยมใช้กันมาก

การเข้าร่วมชั้นเรียนกลุ่มย่อยและการทดลอง (Tutorial Participation and Experiments)
บางวิชาที่กำหนดให้มีการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือเสนอผลงานในนามกลุ่ม นักศึกษาจะได้คะแนนในนามของกลุ่ม

การแสดงผลการเรียน
โดยทั่วไปผลการเรียนแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก (High Distinction) ดี (Distinction) พอใช้ (Credit) ผ่าน (Pass)
และตก (Fail)





   
 

ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ, ดร.พินิจ กาญจนเสวี, ดร.อริชัย รักธรรม, Mr. David Dunn อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6
(ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)