แนะนำสถาบัน


“เลิกเป็นคนขี้อาย ให้กล้าพูดไป คือผิดๆ ถูกๆ ก็พูดไป แล้วเดี๋ยวสักวันก็ถูกไปเอง เพราะ
ถ้าไม่พูดเลย ก็จะไม่มีวันได้พัฒนา”




Q: แนะนำตัวและตำแหน่งที่รับผิดชอบในปัจจุบัน

A: ม.ร.ว. ดำรงดิศ ดิศกุล ปัจจุบันก็ทำงานเป็นกรรมการบริษัทมณียากรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับ real states แล้วก็ขายสินค้าที่ Import เข้ามา ผมยังสนใจทางด้านการเมืองด้วย แต่เนื่องจากตอนนี้การเมืองยังไม่แน่ชัด เลยไม่ขอกล่าวถึงดีกว่า

Q: จากตำแหน่งหน้าที่การงานของท่านก็สามารถเป็นเครื่องการันตรีว่าท่านเป็นผู้มีความรู้
ความสามารถมากคนหนึ่งและส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ท่านไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ ตามที่เรา
ทราบกันดี แล้วทำไมถึงเลือกไปเรียนที่สหรัฐฯ

A: ตอนนั้นเรียนจบม. 6 แล้วตอนนั้นถ้าไปเรียนที่สหรัฐฯ ก็จะสามารถต่อเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย แต่ถ้าไปเรียนทางพวกอังกฤษแล้วก็ต้องไปสอบพวก Verbal ซึ่งก็จะทำให้เสียเวลา แล้วทางสหรัฐฯ นี้
ทางด้าน concept ของเขาก็คือ คนที่เรียนภาษาอังกฤษกับเขาไม่จำเป็นต้องพูดได้เหมือนคนพื้นเมือง เพียงแต่แค่เราสามารถอ่านออกเขียนได้ให้เขาเข้าใจก็สามารถที่จะผ่านได้

Q: ท่านได้มีการวางแผนและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปเรียนที่สหรัฐฯ อย่างไร
A: ในสมัยนั้นก็ได้มีการปรึกษากับ ก.พ. ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลนักเรียนที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ

Q: ท่านเรียนจบทางด้านไหน
A: ปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์ ปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจ ที่สหรัฐฯทั้ง 2 ที่

Q: ตอนช่วงแรกๆที่ท่านไป เจอปัญหาและอุปสรรคอย่างไรบ้างและมีวิธีการรับมือกับ
ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร

A: ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอก็คือ เรื่องการสื่อสาร ถึงแม้ว่าตอนเรียนมัธยมจะมีครูชาวอังกฤษมาสอน
แต่สำเนียงการออก Pronunciation ของเรามันไม่ได้ อย่างเวลาเราพูดหรือออกเสียงนั้น เขาก็จะฟังไม่รู้
เรื่องเลย อย่างเช่น จะไป St. Louis เราบอกว่า I want to go to St. Louis (พูดไม่มี accent)
เค้าก็งงว่าที่ไหน ซึ่งผมก็อ๋อ! ต้องพูดว่า St. Louis (พูดมี accent) แต่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ดีอย่างหนึ่ง
คือว่าจะมีคนจากหลายประเทศอยู่ในสหรัฐฯ ดังนั้น เขาจึงพยายามที่จะเข้าใจเรื่องสำเนียงภาษา
เป็นอย่างมาก และพยายามที่จะช่วยแก้ไขให้แก่เรา

Q: ระหว่างที่เรียน ท่านมี Lifestyle ระหว่างเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
A: ในสมัยนั้นนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น พอไปถึงเราจะต้องจัดเวลา พอเรียนเสร็จ เราก็ต้องทำงาน ซึ่งก็มีการรับจ้างแบกหามบ้าง ซึ่งตอนอยู่เมืองไทยก็ไม่เคยทำเลย ก็ไปแบบลูกคุณหนู แล้วก็ยังมี International Student Club ซึ่งก็จะช่วยนักเรียนต่างหางานด้วย อย่างผมเรียนคณิตศาสตร์ ก็ไปอาสาสอนเลขนักเรียนต่างชาติคนอื่น ก็ถือว่ารายได้ใช้ได้ ก็ชั่วโมงละ
5-10 เหรียญเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เลยบอก โห่!!สบายเลย

Q: การทำงานยังได้ทำให้ได้ประสบการณ์ที่ต่างจากการเรียนในเมืองไทย
A: จริงๆ แล้วการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเสิร์ฟอาหารหรือเก็บโต๊ะเป็นงานที่บริสุทธิ์ ไม่มีอะไรที่น่าอาย แล้วก็เป็นความภูมิใจอย่างเวลาที่เราจะไปเที่ยวในช่วงหยุดพัก เราก็สามารถไปได้ด้วยเงินของเราเอง

Q: สิ่งที่ท่านคิดว่าเป็นประสบการณ์และแนวความคิด
ที่หาไม่ได้จากเมืองไทย

A: จริงๆ แล้วมีหลายอย่าง โดยเฉพาะแนวความคิดของคน
อเมริกัน เช่น คนอเมริกัน สอนให้ลูกเขาช่วยเหลือตัวเอง สอนให้
หาเงินด้วยตัวเอง ทำให้ความคิดเขาโตกว่าเด็ก ของเราในด้าน
ต่างๆ เช่นเขาอาจจะมองเรื่องต่างๆ ในแง่ของความเป็นจริง
มากกว่าเรา อย่างเช่น ในสมัยนั้นที่ผมไปเป็นช่วงที่เขากำลัง
ขับไล่ประธานาธิบดีนิกสัน เรื่อง Watergate ที่มีการลักลอบ
เอาเครื่องบันทึกเทป ไปแอบฟังฝ่ายตรงข้ามในวิธีการหา
เสียงต่างๆ ผมก็ถามเพื่อนอเมริกันว่าทำไมเขาถือว่าเป็นเรื่องที่
สำคัญมาก ซึ่งที่จริงการแอบฟังก็เป็นเรื่องที่มีกันอยู่ทั่วไปทุกสังคม เขาก็บอกว่า การดักฟังเป็นเรื่องปกติ
ธรรมดา แต่คนที่ทำแล้วโง่ให้คนจับได้ ไม่สมควรเป็นประธานาธิบดี (หัวเราะ) ซึ่งเขาก็พูดกันตรงๆ
และมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็น อย่างในประเทศเรา ตอนที่มีการอภิปรายนายกฯ ทักษิณ
นักศึกษาจุฬาธรรมศาสตร์ เขาก็มาเซ็นชื่อว่า ต้องการให้มีการตรวจสอบนายกฯ ซึ่งนี่เป็นทางเดินตาม
แบบประชาธิปไตย ซึ่งผม คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง แม้ว่าผมเป็น ส.ส. ผมยังรู้สึกเห็นด้วยในการ
มีส่วนร่วม ทางประชาธิปไตย

Q: ท่านไปเรียนที่ สหรัฐฯ นานเท่าไร
A: ผมใช้ชีวิตที่นั่น ทั้งหมด 6-7 ปี

Q: ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ความประทับใจในช่วงระหว่างที่เรียน
A: อย่างที่เรียนให้เรียนทราบ ก็คือ ในเรื่องของทักษะการแสดงความคิดเห็นของคนอเมริกัน ว่าแม้
กระทั่งประธานาธิบดีเอง ประชาชนก็มีส่วนร่วม ถ้าเขาคิดว่าไม่ควรอยู่ ประชาชนก็มีส่วนที่จะลงชื่อขับไล่
จนในที่สุดประธานาธิบดีนิกสันก็ต้องลาออกไปเอง นอกจากนั้น ก็คือการได้มีโอกาสหาเงิน ก็ไป
เที่ยวทั่วอเมริกา ซึ่งก็รู้สึกว่าง่ายแล้วก็สะดวก เพราะทั่วอเมริกาก็ใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกันหมด
แต่สำเนียงก็จะแตกต่างกันบ้าง ก็มีฟังไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สามารถที่จะเดินทางท่องเที่ยวแล้วก็คุ้นเคยกับ
สภาพต่างๆ และเห็นถึงวิธีการรักษาธรรมชาติ เพราะว่าฝรั่งเขาจะให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมมาก
และทุกอย่างประชาชนก็จะมีส่วนร่วมหมด อย่างเช่นเรื่องโรงงานปล่อยน้ำเสียลง เขาก็จะจัดการเองเลย
คือวิธีการเขาอาจจะไม่ยุ่งยากเท่ากับบ้านเรา แต่มีการแสดงส่วนร่วมที่ชัดเจนกว่าอยู่ในกรอบมากกว่า

Q: ท่านได้ทั้งความภูมิใจในตนเองที่สามารถหาเงินได้เป็นค่าขนมบ้าง ได้เดินทางไปท่องเที่ยว
และได้มีประสบการณ์ทำงานที่เป็นประโยชน์

A: ก็อย่างวันนี้ ถ้าลองไปนึกถึงเพื่อนเก่าๆ ที่คุ้นเคยกันเรียนด้วยกันที่อเมริกา ตอนนี้ก็เป็นใหญ่เป็นโต
รู้สึกว่ารุ่นพี่นี่ก็เป็นปลัดกระทรวงด้วย พวกนี้ทุกคนก็ทำงานกันหมด ซึ่งมาจากตระกูลที่บอกมาปั๊บ
ทุกคนก็รู้จักหมด เขาอาจเคยทำงานรับจ้างจอดรถใน Parking ที่อเมริกา ซึ่งทุกคนก็ทำงานกันหมด
และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เราก็อยากให้เด็กๆ ทุกคนเริ่มทำงานบ้าง เริ่มจากเล็กๆน้อยๆ อย่างน้อยจะได้รู้ว่า
เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้หามาง่ายๆ

Q: สุดยอดแนวความคิดที่ได้จากการเรียนที่สหรัฐฯ และข้อคิดฝากถึงนักเรียนที่วางแผน
จะไปเรียนที่สหรัฐฯ

A: สิ่งแรกคือ เลิกเป็นคนขี้อาย ให้กล้าพูดไป คือผิดๆ ถูกๆ ก็พูดไป แล้วเดี๋ยวสักวันก็ถูกไปเอง เพราะ
ถ้าไม่พูดเลยก็จะไม่มีวันได้พัฒนา ดังนั้น ถ้าน้องๆ เตรียมตัวไปก็ขอให้ทำตัวให้กล้า และพยายาม
ที่จะทำอะไรบ้าง และที่สำคัญคือ เราไม่มีโอกาสมากแค่ 10 ปี หรือ 6 ปี ที่จะได้หาเพื่อนต่างชาติ อย่างถ้าเป็นช่วง Summer ก็พยายามคบเพื่อนไว้ และถ้ามี migration ตอนไหน ก็ให้ย้ายไปอยู่บ้าน
เพื่อนทีเป็นคนต่างชาติ เราจะได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน


ทางอินโฟเลิร์นนิ่งต้องขอขอบคุณ ม.ร.ว. ดำรงดิศ ดิศกุลเป็นอย่างสูงที่สละเวลามาเล่าเรื่องราวสนุกๆ
และมีสาระ เพื่อเป็นประโยชน์ ให้กับน้องๆ ที่คิดจะไปศึกษาต่อในต่างประเทศ





กลับไปหน้าแรก





   
 
ดำเนินการโดย: รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล, รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ
อินโฟเลิร์นนิ่ง: 51/3 วิภาวดีทาวเวอร์ ชั้น 19 ห้อง 6 (ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 0-2941-4150-2 Fax: 0-2941-2423 Email: contactus@infolearning.co.th 
หนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (สทศ.)
Friend Links : 韓国ソウル旅行の予約More |